Sign in

kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)

@kitnyctophile.bsky.social
549 followers 97 following 20 posts

non-binary 📚🎨🎧🐶🐱 support lgbtqian+, feminist, human rights. socialism. against dictatorship. #คำหน้านามตามเจตจำนง #ต่อต้านสงคราม

PostsRepliesMedia
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
ประชาไท Prachatai.com @prachatai.com · 11/10/2026
dlvr.it
เครือข่ายต้านธนาคารโลก-ไอเอ็มเอฟ เรียกร้องสอบสวนกรณีนักปกป้องสิทธิปัตตานีถูกวางสัญลักษณ์ขู่หน้าบ้าน
เครือข่ายต้านธนาคารโลก-ไอเอ็มเอฟ เรียกร้องสอบสวนกรณีนักปกป้องสิทธิปัตตานีถูกวางสัญลักษณ์ขู่หน้าบ้าน auser15 Sun, 2026-10-11 - 12:07 เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ ออกแถลงการณ์ด่วนระบุว่าอารีฟีน โสะ นักปกป้องสิทธิในปัตตานี ถูกวางข้าวสารและไข่ไก่หน้าบ้านเมื่อ 5 ต.ค. ซึ่งเข้าใจกันในพื้นที่ว่าเป็นการขู่เอาชีวิต และมีเจ้าหน้าที่กดดันผู้นำศาสนา จนเวทีเสวนาต้องเปลี่ยนเป็นออนไลน์ พร้อมยื่น 4 ข้อเรียกร้อง ได้แก่ สอบสวนเหตุขู่ฆ่า ให้ตำรวจและ กอ.รมน. ชี้แจง ยุติการคุกคามและยกเลิกกฎอัยการศึกในปาตานี และให้ กสม. กับ OHCHR ตรวจสอบ 10 ตุลาคม 2569 เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ ออกแถลงการณ์ด่วนเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการข่มขู่คุกคามประชาชน สอบสวนเหตุขู่ฆ่านักปกป้องสิทธิมนุษยชน ยกเลิกกฎอัยการศึก และรับผิดชอบต่อการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ แถลงการณ์สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เครือข่ายแถลงข่าวเปิดเผยพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐจากหลายหน่วยงานทั่วประเทศที่ติดตาม ข่มขู่ และคุกคามประชาชน และเตือนให้รัฐบาลยุติการกระทำดังกล่าว เครือข่ายระบุว่าเพียง 24 ชั่วโมงต่อมา สถานการณ์ในพื้นที่ปาตานีก็ยิ่งตอกย้ำว่าการข่มขู่ทำให้ประชาชนใช้สิทธิเสรีภาพไม่ได้อย่างปลอดภัย เรื่องที่เกี่ยวข้อง * ประกาศยุติกิจกรรมกะทันหัน เสวนาต่อต้านธนาคารโลก-IMF ที่ชายแดนใต้ เหตุคุกคามนักปกป้องสิทธิ ผู้นำชุมชน  เครือข่ายระบุว่า เวทีเสวนาหัวข้อ "บทเรียนการครอบงำทางนโยบายเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และผลกระทบต่อทรัพยากรชุมชนและสิ่งแวดล้อม" เดิมนัดหมายที่บริเวณสะพานกอตอ รอยต่ออำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส และอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี แต่ต้องเปลี่ยนเป็นออนไลน์เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม หลังเกิดเหตุข่มขู่นักปกป้องสิทธิ และมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปติดต่อผู้นำศาสนาในพื้นที่เพื่อขอให้เลื่อนหรือยกเลิกกิจกรรม รวมถึงมีตำรวจติดต่อสายตรงถึงผู้ประสานงานกิจกรรมเพื่อกดดัน เครือข่ายเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม มีผู้นำข้าวสารและไข่ไก่ไปวางหน้าบ้านของอารีฟีน โสะ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนในจังหวัดปัตตานี ซึ่งในบริบทความขัดแย้งของพื้นที่ การกระทำลักษณะนี้เข้าใจกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นสัญลักษณ์ขู่ฆ่า ทำให้อารีฟีนและครอบครัวหวาดกลัว และเขาได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรยะหริ่ง เพื่อให้ตรวจสอบและนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี เครือข่ายแสดงความเคารพต่อการตัดสินใจของประชาชนในปาตานีที่เปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมเพื่อความปลอดภัยของชุมชน ผู้นำศาสนา และผู้เข้าร่วม แต่ระบุว่าการที่ประชาชนต้องถูกบีบให้เปลี่ยนรูปแบบเพื่อหลีกเลี่ยงการข่มขู่ ไม่อาจถือว่าสิทธิเสรีภาพดำเนินไปตามปกติ เพราะสิทธิในการพบปะ แลกเปลี่ยนความเห็น และรวมตัวทางการเมือง ไม่อาจทดแทนได้ทั้งหมดด้วยการประชุมผ่านหน้าจอ แถลงการณ์ยืนยันว่า ประชาชนในพื้นที่ที่ประกาศใช้กฎอัยการศึกมีสิทธิเสรีภาพทัดเทียมกับพื้นที่อื่น การแสดงความเห็น การรวมตัวโดยสงบ และการคัดค้านนโยบายเศรษฐกิจ เป็นสิทธิที่รัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองรับรอง รัฐไม่อาจอ้างกฎหมายความมั่นคงจำกัดสิทธิโดยไม่จำเป็นและไม่ได้สัดส่วน โดยระบุว่า "สันติภาพและความมั่นคงไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการทำให้ประชาชนหวาดกลัว หรือตกอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายความมั่นคงอย่างไม่สิ้นสุด" เครือข่ายยื่นข้อเรียกร้อง 4 ข้อต่อรัฐบาล ได้แก่ 1. เร่งสอบสวนเหตุข่มขู่อารีฟีนอย่างจริงจังและเป็นอิสระ นำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และคุ้มครองความปลอดภัยของนักปกป้องสิทธิและครอบครัว 2. ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และหน่วยทหารที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงและตรวจสอบการติดต่อกดดันผู้นำศาสนาและผู้จัดกิจกรรมในพื้นที่อำเภอไม้แก่น เปิดเผยผู้สั่งการและฐานอำนาจทางกฎหมาย และรับผิดชอบหากพบการละเมิดสิทธิ 3. ให้รัฐบาลยุติการติดตามและข่มขู่ทันที ไม่ใช้กฎหมายความมั่นคงสกัดกั้นการแสดงความเห็น การเดินทาง และการชุมนุมโดยสงบ ยกเลิกการบังคับใช้กฎอัยการศึกในปาตานี และเคารพสิทธิของประชาชนในการกำหนดอนาคตทางเศรษฐกิจ การเมือง และกระบวนการสันติภาพ 4. ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตรวจสอบข้อร้องเรียน และขอให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สถานทูตต่างประเทศในไทย และผู้สังเกตการณ์อิสระ ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เครือข่ายเรียกร้องให้รัฐบาลรับรองและอำนวยความสะดวกการชุมนุมโดยสงบของประชาชนระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 โดยไม่สกัดกั้นการเดินทาง ไม่ใช้ความรุนแรง และเปิดเผยผู้มีอำนาจสั่งการ รวมถึงรับผิดชอบต่อการกระทำของเจ้าหน้าที่ทุกระดับ เครือข่ายระบุว่า "วันนี้เพื่อนของเราในปาตานีเลือกเปลี่ยนวิธีการจัดกิจกรรมเพื่อรักษาความปลอดภัยของชุมชน แต่ไม่ได้เปลี่ยนจุดยืนในการต่อสู้ ประชาธิปไตยไม่อาจดำรงอยู่ได้ หากประชาชนต้องเลือกระหว่างความปลอดภัยในชีวิตกับการใช้สิทธิเสรีภาพของตนเอง" ณัฐวุฒิ กรมภักดี ตัวแทน กป.อพช.ภาคอีสาน กล่าวว่า "ความเจ็บปวดจากการถูกคุกคามของเพื่อนปาตานี คือความเจ็บปวดของเราทุกคน การปกป้องทรัพยากร ชุมชน และวัฒนธรรม ไม่ใช่อาชญากรรม" ขณะที่จุฑามาส ศรีหัตถผดุงกิจ จากเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ กล่าวว่าการเป็นเจ้าภาพประชุมระดับโลกที่ดี รัฐต้องกล้าเปิดพื้นที่เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมของประชาชน * ข่าว * การเมือง * สิทธิมนุษยชน * เครือข่ายต้านธนาคารโลก-ไอเอ็มเอฟ * ชายแดนใต้ * อารีฟีน โสะ
001 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
ประชาไท Prachatai.com @prachatai.com · 11/10/2026
dlvr.it
นักเรียนหลักสูตร WEPLA เผยเพื่อนร่วมหลักสูตรจากชายแดนใต้ ถูกตำรวจนอกเครื่องแบบติดตาม
นักเรียนหลักสูตร WEPLA เผยเพื่อนร่วมหลักสูตรจากชายแดนใต้ ถูกตำรวจนอกเครื่องแบบติดตาม auser15 Sun, 2026-10-11 - 13:06 นักเรียนหลักสูตร Women's Empowerment and Political Leadership Academy (WEPLA) รุ่นที่ 1 ออกแถลงการณ์ระบุว่าเพื่อนร่วมหลักสูตรจากจังหวัดชายแดนใต้ถูกบุคคลที่แสดงตนเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบเรียกหยุดและซักถามที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยเจ้าหน้าที่มีรายชื่อและภาพใบหน้าอยู่ก่อน จึงเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจงฐานอำนาจตามกฎหมาย แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล ยุติการติดตามที่ไม่มีฐานกฎหมาย และรับรองว่าจะไม่มีการตอบโต้ นักเรียนหลักสูตร Women's Empowerment and Political Leadership Academy (WEPLA) รุ่นที่ 1 ออกแถลงการณ์ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2569 แสดงความกังวลต่อเหตุการณ์ที่เพื่อนร่วมหลักสูตรจากจังหวัดชายแดนใต้ถูกบุคคลที่แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเรียกหยุดและซักถามที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ระหว่างเดินทางมาเข้าร่วมกิจกรรมของหลักสูตร เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันเดียวกัน ตามข้อมูลที่เพื่อนร่วมหลักสูตรแจ้ง เจ้าหน้าที่มีรายชื่อและภาพใบหน้าอยู่ก่อนแล้ว และสอบถามวัตถุประสงค์การเดินทางและสถานที่พัก รวมถึงขอดูกำหนดการอบรม โดยไม่ชี้แจงเหตุผลและฐานอำนาจตามกฎหมายอย่างชัดเจน นักเรียนระบุว่าไม่ยอมรับการติดตามหรือแทรกแซงสิทธิของประชาชนโดยพลการ และยืนยันว่าเพื่อนของตนต้องเดินทางมาเรียนและมีส่วนร่วมทางการเมืองได้อย่างปลอดภัย แถลงการณ์อ้างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 27 ว่าด้วยความเสมอภาคและการห้ามเลือกปฏิบัติ มาตรา 32 ว่าด้วยสิทธิความเป็นอยู่ส่วนตัว และมาตรา 34 ว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และระบุว่าการมาจากจังหวัดชายแดนใต้หรือการเข้าร่วมหลักสูตรด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองเพียงอย่างเดียว ไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุให้ตกเป็นเป้าของการเฝ้าระวัง นอกจากนี้ยังอ้างกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 17 ที่ห้ามแทรกแซงความเป็นส่วนตัวโดยพลการหรือมิชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงข้อ 19 และ 22 ที่คุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการรวมกลุ่ม โดยการจำกัดสิทธิต้องมีฐานกฎหมายและเป็นไปตามเงื่อนไขความจำเป็น นักเรียนระบุว่ามาร่วมหลักสูตรเพื่อเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในสังคมและการเมือง การติดตามและซักถามโดยไม่ชี้แจงเหตุผลอาจสร้างความหวาดกลัว และกระทบความมั่นใจในการใช้สิทธิของทั้งผู้เผชิญเหตุและเพื่อนร่วมหลักสูตร นักเรียนจึงเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1. ชี้แจงเหตุการณ์และฐานอำนาจตามกฎหมาย ว่าเจ้าหน้าที่สังกัดหน่วยงานใด ใครเป็นผู้สั่งการ อาศัยกฎหมายฉบับใดมาตราใด และมีเหตุผลและความจำเป็นอะไรในการเรียกหยุดและซักถาม พร้อมเปิดเผยที่มาและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ว่ารายชื่อและภาพใบหน้าได้มาจากแหล่งใด ด้วยฐานกฎหมายอะไร และข้อมูลจะถูกจัดเก็บ ใช้ หรือส่งต่ออย่างไร 2. ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส ยุติการติดตามหรือแทรกแซงสิทธิที่ไม่มีฐานกฎหมายหรือเกินความจำเป็น และรับรองว่าจะไม่มีการคุกคามหรือตอบโต้เพื่อนร่วมหลักสูตร ผู้จัดกิจกรรม หรือผู้ร้องเรียน หากพบการใช้อำนาจโดยมิชอบ ต้องมีความรับผิดและการเยียวยาที่เหมาะสม แถลงการณ์ทิ้งท้ายว่า นักเรียนยืนเคียงข้างเพื่อนร่วมหลักสูตร และยืนยันว่าผู้หญิงทุกคนมีสิทธิเรียนรู้ รวมกลุ่ม และมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างเสมอภาค โดยปราศจากความหวาดกลัวจากการใช้อำนาจรัฐ   * ข่าว * การเมือง * สิทธิมนุษยชน * WEPLA * ชายแดนใต้ * ผู้หญิง
001 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
ประชาไท Prachatai.com @prachatai.com · 11/10/2026
dlvr.it
เปิดมิติพื้นที่เควียร์ซานฟรานซิสโก | หมายเหตุประเพทไทย EP.648
เปิดมิติพื้นที่เควียร์ซานฟรานซิสโก | หมายเหตุประเพทไทย EP.648 user8 Sun, 2026-10-11 - 17:53 หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ติณณภพจ์ สินสมบูรณ์ทอง และ ทศพล นพสุวรรณชัย ชวนทำความรู้จักประวัติศาสตร์ของซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ผ่านมุมมองแบบเควียร์ จากเมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็วในยุคตื่นทอง ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ชนชั้น และภูมิหลังหลั่งไหลเข้ามาหางานและสร้างชีวิตใหม่ จนเกิดวัฒนธรรมเมืองที่เปิดรับความแตกต่าง รวมถึงสีสันชีวิตกลางคืน โรงละคร ผับและบาร์ ซึ่งค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่สำคัญของคนที่อยู่นอกขนบทางเพศและสังคม โดยชวนอ่านหนังสือ Wide-Open Town: A History of Queer San Francisco to 1965 (2005) ของ Nan Alamilla Boyd ซึ่งย้อนประวัติศาสตร์พื้นที่เควียร์ของเมือง ตั้งแต่ความบันเทิงและการแต่งกายข้ามเพศในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ไปจนถึงการเติบโตของวัฒนธรรมเกย์และเควียร์หลังทศวรรษ 1930 ผับบาร์อย่าง Black Cat ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ดื่ม แต่ยังเป็นพื้นที่พบปะของนักเขียน ศิลปิน โบฮีเมียน เกย์ และผู้คนที่ไม่เป็นไปตามขนบ จนมีส่วนสร้างวัฒนธรรมที่ยอมรับความหลากหลายของเมือง อีกเล่มคือ Who Needs Gay Bars? Bar-Hopping through America's Endangered LGBTQ+ Places (2023) ของ Greggor Mattson ซึ่งสำรวจว่า gay bar และ lesbian bar ยังมีความหมายอย่างไรในยุคที่ LGBTQ+ สามารถพบปะกันได้ในพื้นที่อื่นมากขึ้น ในกรณีซานฟรานซิสโก หนังสือพาไปดู Wild Side West และคำถามเรื่องอนาคตของ lesbian bar เมื่อการเปิดพื้นที่ให้ครอบคลุม LGBTQ+ และ ally มากขึ้นนำมาสู่ความย้อนแย้งว่า ความ inclusive จะช่วยรักษาชุมชน หรือกลับทำให้การมองเห็นตัวตนเฉพาะของเลสเบี้ยนค่อย ๆ เจือจางลง ขณะเดียวกัน เรื่องของผับ The Stud ชวนมองอีกด้านของการรักษาพื้นที่เควียร์ ท่ามกลางค่าเช่าที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงของย่าน SoMa และวิกฤตโควิด-19 แม้พนักงานจะรวมตัวกันเป็น The Stud Collective เพื่อพยายามประคับประคองพื้นที่ไว้ แต่ก็ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อในที่ตั้งเดิมได้ อย่างไรก็ตาม ชุมชน ความทรงจำ และเครือข่ายของผู้คนไม่ได้หายไปพร้อมกับสถานที่ และปัจจุบัน The Stud กลับมาเปิดอีกครั้งที่ Folsom Street เรื่องนี้จึงนำไปสู่คำถามชวนคิดว่า พื้นที่เควียร์และชุมชน LGBTQ+ จำเป็นต้องมีสถานที่ทางกายภาพหรือไม่ และจะรักษาอัตลักษณ์ของชุมชนไว้ได้อย่างไร โดยไม่ทำให้การเปิดรับความหลากหลายกลายเป็นการทำให้ตัวตนของชุมชนเลือนหายไป ติดตามได้ใน #หมายเหตุประเพทไทย #SanFrancisco   * ข่าว * วัฒนธรรม * หมายเหตุประเพทไทย * มัลติมีเดีย * เควียร์ * ซานฟรานซิสโก * สหรัฐอเมริกา
001 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
ประชาไท Prachatai.com @prachatai.com · 12/10/2026
dlvr.it
ฉลองวันเกิด 30 ปี ‘โจชัว หว่อง’ นักเคลื่อนไหวฮ่องกง ผู้ยังถูกคุมขังเกือบ 6 ปี
ฉลองวันเกิด 30 ปี ‘โจชัว หว่อง’ นักเคลื่อนไหวฮ่องกง ผู้ยังถูกคุมขังเกือบ 6 ปี ภาพและรายงาน แมวส้ม admin666 Mon, 2026-10-12 - 11:23 11 ต.ค. 2569 ที่ร้าน House of Commons (HOC) สำนักพิมพ์สำนักนิสิตสามย่านจัดงานฉลองวันเกิดครบ 30 ปี ของ โจชัว หว่อง (Joshua Wong) นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของฮ่องกง ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2539 ตั้งแต่เวลา เพื่อรำลึกถึงชีวิตและการต่อสู้ของเขา ถึงแม้เขาจะถูกคุมขังมาเกือบ 6 ปี แต่ยังมีผู้คนที่ไม่ลืม โดยมีเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล และผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ภายในงานมีพิธีทำบุญวันเกิด ฉายสารคดี วงเสวนา และร้องเพลงสุขสันต์วันเกิด กิจกรรมเริ่มด้วยพิธีทำบุญวันเกิดให้โจชัว หว่องในเวลา 13.30 น. ต่อด้วยฉายสารคดี Joshua: Teenager vs. Superpower (2017) โดย Joe Piscatella และมีวงพูดคุยหลังสารคดีจบกับ สงวน คุ้มรุ่งโรจน์ และสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ จากนั้นมีการร้องเพลงและแจกเค้กวันเกิดโจชัว หว่อง และมอบของที่ระลึกให้ผู้ร่วมงาน  สำหรับ “โจชัว หว่อง” นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยฮ่องกง เคยเป็นผู้นำนักศึกษาในการประท้วง “ปฏิวัติร่ม” ปี 2014 และร่วมก่อตั้งพรรคเดโมซิสโต ก่อนพรรคยุบตัวในปี 2020 หลังการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคง ครั้งหนึ่งเขาเคยพยายามมาร่วมงานรำลึก 40 ปี 6 ตุลา ที่ประเทศไทย แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศและถูกควบคุมตัวอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ 12 ชั่วโมง ก่อนถูกส่งตัวกลับฮ่องกง  ปัจจุบันโจชัว หว่อง ถูกคุมขังมาแล้ว 2,149 วัน หรือกว่า 5 ปี 10 เดือน หลังถูกทางการฮ่องกงควบคุมตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2020 ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2026 เขาให้การรับสารภาพในข้อหาสมคบคิดเพื่อร่วมมือกับต่างชาติ นับเป็นครั้งที่สองภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่รัฐบาลจีนคอมมิวนิสต์บังคับใช้ในฮ่องกง ซึ่งอาจทำให้ต้องรับโทษจำคุกเพิ่มเติมจากกำหนดพ้นโทษเดิมในปี 2570 * ข่าว * สิทธิมนุษยชน * โจชัว หว่อง * เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล * ฮ่องกง
003 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
ประชาไท Prachatai.com @prachatai.com · 12/10/2026
dlvr.it
พรรคประชาชนเปิดข้อกล่าวหา 18 รัฐมนตรี ชวนประชาชนจับตาอภิปรายไม่ไว้วางใจ
พรรคประชาชนเปิดข้อกล่าวหา 18 รัฐมนตรี ชวนประชาชนจับตาอภิปรายไม่ไว้วางใจ auser15 Mon, 2026-10-12 - 11:56 พรรคประชาชนเผยเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทินตาม ม.151 เปิดข้อกล่าวหา 18 รัฐมนตรี ทั้งปมทุจริต เอื้อทุนเทา แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และแก้เศรษฐกิจล้มเหลว โดยเชิญชวนประชาชนร่วมจับตาการอภิปรายเร็ว ๆ นี้ เพจพรรคประชาชนโพสต์ เปิดข้อกล่าวหาไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่ช้าในสภาผู้แทนราษฎรพรรคพร้อมด้วยพรรคร่วมฝ่ายค้าน ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมสอดส่องข้อกล่าวหาของรัฐมนตรีทั้ง 18 ราย ที่ถือครองอำนาจบริหารราชการแผ่นดินอยู่ในปัจจุบัน และร่วมจับตาการเปิดเบื้องลึกเบื้องหลังการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ไปพร้อมกัน ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งที่ผ่านมา พฤติการณ์ของรัฐมนตรีทั้ง 18 รายสะท้อนภาพการบริหารราชการแผ่นดินที่บกพร่องอย่างร้ายแรง ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และใช้อำนาจหน้าที่ไปในทางไม่ชอบเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนเอง พวกพ้อง และเครือข่ายทุนเทา มีการสมคบคิดกันใช้อำนาจแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระ และบั่นทอนกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างสภาวะลอยนวลพ้นผิด ก่อขบวนการทุจริตยึดกุมสถาบันทางการเมือง และปล่อยปละละเลยให้เกิดการฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างกว้างขวาง ซ้ำร้ายยังไร้ความสามารถในการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ ปล่อยให้ราคาสินค้าพุ่งสูงจนประชาชนต้องแบกรับภาระอย่างแสนสาหัส ขณะที่กลุ่มทุนและเครือข่ายบริวารกลับเสวยสุขบนงบประมาณแผ่นดิน การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร แต่หากพวกเราปล่อยให้บุคคลเหล่านี้ยังคงบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไป ย่อมนำมาซึ่งความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างที่ยากจะแก้ไขเยียวยาได้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมติดตามและจับตาการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสำคัญไปพร้อมกัน เร็วๆ นี้ * ข่าว * การเมือง * พรรคประชาชน * อภิปรายไม่ไว้วางใจ
001 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
ประชาไท Prachatai.com @prachatai.com · 12/10/2026
dlvr.it
กรีนพีซเรียกร้องเวทีประชุม IMF-ธนาคารโลก ผลักดันเก็บภาษีผู้ก่อมลพิษที่มั่งคั่งสูงสุด
กรีนพีซเรียกร้องเวทีประชุม IMF-ธนาคารโลก ผลักดันเก็บภาษีผู้ก่อมลพิษที่มั่งคั่งสูงสุด auser15 Mon, 2026-10-12 - 12:20 กรีนพีซระบุว่า ท่ามกลางน้ำท่วมในไทยและการเริ่มประชุมประจำปี IMF-ธนาคารโลกที่กรุงเทพฯ ประชาชนที่ก่อมลพิษน้อยที่สุดกลับแบกต้นทุนวิกฤตสภาพภูมิอากาศมากที่สุด จึงเรียกร้องให้ IMF เลิกเสนอมาตรการรัดเข็มขัด หันมาสนับสนุนการเก็บภาษีผู้มั่งคั่งและกำไรบริษัทก่อมลพิษ พร้อมหนุนอนุสัญญาภาษีของสหประชาชาติ โดยกลุ่มที่มั่งคั่งสูงสุด 0.01% ของโลกลงทุนในอุตสาหกรรมคาร์บอนสูงที่เชื่อมโยงกับความเสียหายราว 9.92 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 12 ตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพฯ ระบุว่า ท่ามกลางน้ำท่วมที่กระทบหลายพื้นที่ในประเทศไทย การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ปี 2026 กำลังเริ่มขึ้น ขณะที่ประชาชนแบกรับผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างหนักภายใต้ระบบการเงินที่ปล่อยให้ผู้ก่อมลพิษที่มั่งคั่งสูงสุดแสวงหากำไรไปพร้อมกับสร้างมลพิษต่อเนื่อง กรีนพีซเห็นว่า การจัดหาเงินทุนรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ต้องรวมถึงการเก็บภาษีจากกลุ่มดังกล่าว พิชามญชุ์ รักรอด หัวหน้าโครงการรณรงค์ยุติมลพิษพลาสติก กรีนพีซ ประเทศไทย กล่าวว่า อุทกภัยที่กระทบชุมชนสะท้อนว่าประชาชนแบกต้นทุนวิกฤตสภาพภูมิอากาศมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งบ้านเรือนเสียหาย รายได้และอาชีพได้รับผลกระทบ รวมถึงงบประมาณภาครัฐที่ใช้ช่วยเหลือและฟื้นฟู ซึ่งเป็น "หนี้ทางสภาพภูมิอากาศ" โดยผู้ที่ก่อมลพิษน้อยที่สุดไม่ควรได้รับผลกระทบหนักที่สุด ในขณะที่ผู้ก่อมลพิษที่มั่งคั่งสูงสุดยังได้กำไรโดยไม่ต้องรับผิดชอบต้นทุนเหล่านี้ เธอเสนอให้เก็บภาษีจากกลุ่มดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของทางออก และนำรายได้ไปช่วยชุมชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงสนับสนุนมาตรการรับมือวิกฤต กรีนพีซระบุว่า เฉพาะปี 2565 การลงทุนของกลุ่มคนที่มั่งคั่งสูงสุดร้อยละ 0.01 ของโลกในอุตสาหกรรมที่ปล่อยคาร์บอนสูง เชื่อมโยงกับต้นทุนความเสียหายจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ประเมินไว้สูงถึง 9.92 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ใกล้เคียงกับความต้องการเงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลก จึงเห็นว่าหลายประเทศต้องหาวิธีเก็บภาษีจากกลุ่มผู้มั่งคั่งที่ปล่อยมลพิษรายใหญ่เหล่านี้ เจแรนส์ มุตวอล หัวหน้าโครงการ Fair Share กรีนพีซ แอฟริกา กล่าวว่า ขณะที่วิกฤตรุนแรงขึ้น มาตรการและนโยบายที่มียังไม่เพียงพอต่อการจัดสรรเงินทุนเพื่อลดผลกระทบ ปรับตัว และรับมือความสูญเสียและความเสียหาย ในขณะที่สถาบันการเงินระหว่างประเทศยังให้ความสำคัญกับการชำระหนี้และมาตรการรัดเข็มขัดมากกว่าการปกป้องชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เขาระบุว่ารัฐบาลต้องปรับปรุงระบบภาษีให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ และสนับสนุนอนุสัญญาภาษีของสหประชาชาติที่เข้มแข็ง เพื่อปิดช่องโหว่ทางภาษี กรีนพีซสากลเรียกร้องให้ IMF เปลี่ยนจากการเสนอมาตรการรัดเข็มขัด มาสนับสนุนการเก็บภาษีจากผู้มั่งคั่งสูงสุด รวมถึงภาษีจากกำไรของบริษัทก่อมลพิษ เช่น บริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิล เพื่อเป็นงบประมาณสำหรับหลายประเทศในการรับมือวิกฤต ทั้งยังเรียกร้องให้รัฐบาลใช้อนุสัญญาภาษีของสหประชาชาติสร้างกฎเกณฑ์ภาษีระดับโลกที่เป็นธรรมขึ้น ยุติแนวปฏิบัติทางภาษีที่ทำให้หลายประเทศสูญเสียรายได้ และให้ผู้ก่อมลพิษที่มั่งคั่งสูงสุดรับผิดชอบความเสียหายที่ตนก่อ กรีนพีซสากลร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคม สหภาพแรงงาน และพันธมิตรด้านสภาพภูมิอากาศกว่า 200 แห่งจากเอเชีย แอฟริกา และละตินอเมริกา เข้าร่วมการประชุมสมัชชา International Peoples' Assembly วันที่ 12–13 ตุลาคม ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ กรุงเทพฯ   * ข่าว * เศรษฐกิจ * สังคม * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * ประชุม IMF-ธนาคารโลก * กรีนพีซ
001 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
ประชาไท Prachatai.com @prachatai.com · 12/10/2026
dlvr.it
แอมเนสตี้เรียกร้อง 'อนุทิน' ถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาท 'ยิ่งชีพ iLaw'
แอมเนสตี้เรียกร้อง 'อนุทิน' ถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาท 'ยิ่งชีพ iLaw' auser15 Mon, 2026-10-12 - 17:33 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เรียกร้อง 'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรี ถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาททางอาญาต่อ 'ยิ่งชีพ อัชฌานนท์' ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) จากการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงทางการเมืองในกระบวนการทุจริตเลือก สว. ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) | ภาพจาก: แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย 12 ตุลาคม 2569 สืบเนื่องจากกรณีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ควรถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาททางอาญาต่อ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) จากการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงทางการเมืองในกระบวนการทุจริตของการเลือกสมาชิกวุฒิสภาในปี 2567 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวในวันนี้ พร้อมเตือนว่าการฟ้องร้องดังกล่าวอาจเป็นอุปสรรคต่อการตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจโดยภาคประชาชน ยูฮานี เจ๊ะกา ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะควรได้รับการคุ้มครอง ไม่ใช่ถูกลงโทษ การที่ประเทศไทยยึดมั่นในหลักนิติธรรมจะสะท้อนให้เห็นได้จากการที่ประชาชนสามารถใช้สิทธิและแสดงความคิดเห็นได้อย่างปลอดภัย แม้ว่าความคิดเห็นเหล่านั้นจะเป็นการตั้งคำถามหรือวิพากษ์วิจารณ์ผู้มีอำนาจสูงสุดของประเทศก็ตาม รัฐไทยต้องรับประกันว่าจะไม่มีใครถูกดำเนินคดีอาญาเพียงเพราะเขาออกมาแสดงความคิดเห็นหรือตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสังคม “นักปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างยิ่งชีพ มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ประชาชนเข้าใจสิทธิของตนเอง มีส่วนร่วมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสาธารณะ และตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจ เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง พวกเขาต้องสามารถทำงานเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องหวาดกลัวว่าจะถูกตอบโต้ “เมื่อผู้นำรัฐบาลใช้การฟ้องคดีอาญากับผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ถูกฟ้องเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้ประชาชนคนอื่นๆ ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นหรือตั้งคำถามในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนมีสิทธิรับรู้” ยิ่งชีพ ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน การปฏิรูปกฎหมาย และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยคดีนี้สืบเนื่องจากการแถลงข่าวที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ขณะยื่นข้อมูลต่อประธานวิปฝ่ายค้าน เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความผิดปกติในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 ซึ่งมีการกล่าวถึงนักการเมือง 9 คน รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดปกติดังกล่าว ด้านอนุทินปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าข้อความที่ยิ่งชีพกล่าวในการแถลงข่าวเป็นเท็จและทำให้ตนเสียชื่อเสียง ก่อนจะยื่นฟ้องยิ่งชีพต่อศาลเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ในข้อหาหมิ่นประมาททางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 โดยศาลกำหนดวันไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 14 ธันวาคม 2569 เพื่อพิจารณาว่าคดีมีมูลเพียงพอที่จะรับไว้พิจารณาหรือไม่ หากศาลตัดสินว่ามีความผิด ยิ่งชีพอาจได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับอนุทินยังเคยเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนคณะที่ 26 ของ กกต. เคยมีความเห็นว่าควรดำเนินคดีกับอนุทินต่อศาลฎีกา อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ไม่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและไม่ดำเนินคดีอาญากับอนุทิน ในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการแทรกแซงการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยมีกรรมการ กกต. 2 คนที่เห็นว่าควรส่งเรื่องให้ศาลพิจารณา การที่ข้อกล่าวหาดังกล่าวเคยเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ แสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ และประชาชนสามารถนำมาพูดคุยหรือตั้งคำถามได้ อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบไม่ได้หมายความว่าข้อกล่าวหาเหล่านั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริง คดีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการใช้กระบวนการยุติธรรมโดยมิชอบเพื่อดำเนินคดีกับผู้วิพากษ์วิจารณ์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องยาวนานและเป็นแบบแผน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้บันทึกข้อมูลการดำเนินคดีหมิ่นประมาททางอาญาต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่เปิดเผยข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการกระทำผิดของหน่วยงานรัฐและภาคธุรกิจ การดำเนินคดีเช่นนี้อาจสร้างภาระทางการเงินและแรงกดดันด้านจิตใจอย่างมากต่อผู้ถูกดำเนินคดี ประเทศไทยมีมาตรการป้องกันการใช้คดีความเพื่อกลั่นแกล้งหรือปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นอยู่แล้วบางส่วน โดยมาตรา 161/1 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ให้อำนาจศาลยกฟ้องคดีอาญาที่ประชาชนเป็นผู้ฟ้อง หากพบว่าเป็นการฟ้องโดยไม่สุจริต ขณะที่คำแนะนำของประธานศาลฎีกา ซึ่งเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ก็ได้กำหนดแนวทางให้ศาลใช้พิจารณาคดีในลักษณะดังกล่าว นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมยังอยู่ระหว่างจัดทำร่างกฎหมายเพื่อป้องกันการฟ้องคดีปิดปาก หรือ SLAPPs ซึ่งหมายถึงการใช้คดีความเป็นเครื่องมือข่มขู่หรือปิดกั้นไม่ให้ประชาชนออกมาแสดงความคิดเห็น ตรวจสอบการใช้อำนาจ หรือมีส่วนร่วมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ การที่นายกรัฐมนตรีฟ้องยิ่งชีพในข้อหาหมิ่นประมาททางอาญา จึงถูกมองว่าสวนทางกับความพยายามในการปฏิรูปกฎหมายเพื่อป้องกันการฟ้องคดีปิดปากดังกล่าว ข้อที่ 19 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองทำหนดให้การจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกต้องมีกฏหมายรองรับงมีวัตถุประสงค์ที่ชอบธรรม จำเป็นและได้สัดส่วน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติย้ำว่า บุคคลสาธารณะ รวมถึงผู้นำรัฐบาล ย่อมถูกวิจารณ์ได้ และควรยอมรับประโยชน์สาธารณะของประเด็นที่วิจารณ์เป็นข้อต่อสู้ในคดีหมิ่นประมาท พร้อมเรียกร้องให้รัฐพิจารณายกเลิกความผิดทางอาญาฐานหมิ่นประมาท โดยการจำคุกไม่ใช่บทลงโทษที่เหมาะสมไม่ว่าในกรณีใด ขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และเตรียมเข้ารับการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนภายใต้กลไก Universal Periodic Review รอบที่ 4 ในเดือนพฤศจิกายน 2569 ซึ่งเป็นกระบวนการของสหประชาชาติที่เปิดให้ประเทศสมาชิกตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะต่อสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของแต่ละประเทศ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD กำหนดให้ประเทศไทยต้องแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเคารพหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชนผ่านการปฏิบัติจริง ทั้ง 2 กระบวนการจึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะแสดงให้เห็นว่า ประชาชนสามารถใช้สิทธิแสดงความคิดเห็น ตั้งคำถาม และตรวจสอบการใช้อำนาจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะได้อย่างปลอดภัยและได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นรูปธรรม แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องให้ทางการไทยยกเลิกกฎหมายที่กำหนดให้การหมิ่นประมาทเป็นความผิดทางอาญา และมีมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันไม่ให้มีการนำคดีอาญาหรือคดีแพ่งมาใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งหรือปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ไม่ว่าผู้ฟ้องคดีจะเป็นบุคคลทั่วไป เอกชน หรือหน่วยงานรัฐ พร้อมย้ำว่ากระบวนการยุติธรรมที่เป็นอิสระมีความสำคัญต่อการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน * ข่าว * การเมือง * สิทธิมนุษยชน * แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล * คดีหมิ่นประมาท * กระบวนการยุติธรรม * ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ * อนุทิน ชาญวีรกูล
001 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
ประชาไท Prachatai.com @prachatai.com · 13/10/2026
dlvr.it
คิดถึง ‘อานนท์’ ครบ 3 ปีตัวอยู่ในกรงขัง ความทรงจำ-ปณิธานอยู่นอกกรง
คิดถึง ‘อานนท์’ ครบ 3 ปีตัวอยู่ในกรงขัง ความทรงจำ-ปณิธานอยู่นอกกรง ยศวดี สงวนนาม auser15 Tue, 2026-10-13 - 08:43 ท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมช่วงปลายกันยา-ต้นเดือนตุลาที่ผ่านมา มี ‘STORIES OF ARNON’ วงคุยเพื่อนๆ ยังคงดำเนินไป คนสนิทหลากหลายส่วนชวนพูดถึง ‘อานนท์ นำภา’ หลังจากเขาต้องติดคุกจากคดีมาตรา 112 ผ่านมาแล้ว 3 ปีเต็ม เปิดกรุความทรงจำของผู้คนที่เคยสัมพันธ์กับ ‘ทนายน้อย’ ในอดีต ปณิธานแน่วแน่แต่อ่อนโยนของเขายังคงมีอิทธิพลต่อคนจำนวนมาก และทำให้ความหวังแม้ริบหรี่ลงบางขณะก็ไม่อันตรธานหายไป   เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ที่ผ่านมาท่ามกลางวิกฤตอุทกภัย ilaw จัดงานชวนคิดถึงอานนท์ นำภา ณ สถาบันปรีดีพนมยงค์ ครบรอบ 3 ปีที่อานนท์ นำภา นักกฎหมายและทนายความด้านสิทธิมนุษยชนถูกจำคุกในคดีมาตรา 112  STORIES OF ARNON: วงคุยเล่าเรื่องอานนท์และมาตรา 112 เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมและฝนตกหนัก ทำให้ผู้จัดต้องเผชิญการแก้ไขปัญหาหน้างาน เนื่องจากผู้ร่วมเสวนาบางท่านไม่สามารถเดินทางมาร่วมเสวนาด้วยได้ อาทิ ภาวิณี ชุมศรี ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนที่ผชิญปัญหาเรื่องการเดินทาง ส่วนศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ หรือทนายแจม อดีตทนายความ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชนก็ติดภารกิจกะทันหันในการช่วยเหลือประชาชนในเขตสายไหมฝ่าวิกฤตน้ำท่วม แต่กิจกรรมยังคงดำเนินต่อไปด้วยแรงใจของคนที่เหลือ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ เป๋า ilaw กล่าวว่า หากงานนี้ไปจัดวันอื่นก็จะไม่ใช่วัน (ครบรอบจำคุก 3 ปี) ของอานนท์ บรรยากาศงานยังคงเป็นไปอย่างดี ศิลปินทุกคนมาได้พร้อมหน้า และพอมีผู้เข้าร่วมงานฝ่าน้ำท่วมมาบ้างจำนวนหนึ่ง เริ่มต้นการเสวนา มีผู้ร่วมเสวนาหลัก คือ ธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล หรือ หนุ่ม เรดนนท์ อดีตผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ลูกความของอานนท์ นำภา คงสัจจา สุวรรณเพ็ชร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้สอนด้านกฎหมายอาญาและประวัติศาสตร์กฎหมาย ดำเนินรายการโดย จุฑารัตน์ กุลตัณกิจจา จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน หนุ่ม เรดนนท์ เป็นอดีตผู้ต้องหาคดี 112 และเป็นอดีตลูกความของอานนท์ซึ่งถูกจับกุมจากการชุมนุมของคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2553 เล่าถึงตอนที่ถูกดำเนินคดีว่า ตอนนั้นเขาไม่ห่วงเรื่องคดีเลย ห่วงแต่ลูก ไม่มีแม้แต่ญาติพี่น้องของตนเองรับลูกไปเลี้ยง เพราะครอบครัวกลัวผลกระทบจากการเมือง สุดท้ายมีแต่กลุ่มคนเสื้อแดงที่รับไปเลี้ยง แต่มันก็น่าสะเทือนใจมากสำหรับพ่อเลี้ยงเดี่ยว ทนายคนแรกของหนุ่ม เรดนนท์ ที่จริงแล้วไม่ใช่อานนท์ นำภา แต่เป็นทนายผู้หญิงที่พรรคเพื่อไทยส่งมาดูแลคดี แต่แล้วก็ต้องยกเลิกไปเนื่องจากทนายและลูกความไม่เคยได้คุยกันในเรื่องรายละเอียดของคดีเลย หลังจากนั้นจึงได้รู้จักกับทนายอานนท์ ผ่านการแนะนำของ ‘คุณปลา ประชาไท’ ตอนนั้นตัวเขาเองอายุ 36 อานนท์น่าจะประมาณ 27 ปี มากับกลุ่มเพื่อนทนายรวม 3 คน จากกลุ่มทนายราษฎรประสงค์ รวมๆ แล้วคดีของเขาต้องโทษจำคุกอยู่ประมาณ 13 ปี เกี่ยวกับคดีกฎหมายมาตรา 112 และคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ความรู้สึกแรกของคนในคุกเมื่อได้เจอทนาย คือ ดีใจมาก อย่างแรก คือ การจะได้ออกนอกแดนและจะได้ใช้เวลามากกว่า 5 นาทีซึ่งเป็นเวลาเยี่ยมผู้ต้องขังในเรือนจำ และทนายสามารถมาเยี่ยมเมื่อไรก็ได้  “ทนายคนนี้เข้าแก๊งค์ไหนตายหมดเลยนะ” หนุ่มเล่าให้ฟังถึงคำพูดติดตลกจากเพื่อนกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงในขณะนั้น  “ไม่ใช่ผมไม่มีทางเลือก แต่ ณ เวลานั้นคนที่กล้าทำคดี 112 ก็ไม่เห็นจะมีใคร แล้วเขาก็เป็นคนที่คุยกับเรา เขาถามเรื่องลูก เขาถามเรื่องอะไรแบบนี้ มันไม่ใช่แค่ทนายโดยหน้าที่ มันเป็นทนายจากข้างในครับ” หนุ่ม เล่า หนุ่ม เรดนนท์ ขาใหญ่ในคุก กับโครงการของขวัญสีแดงจากทนายน้อย หนุ่ม เรดนนท์ เล่าว่า จากที่สามารถเขียนจดหมายส่งได้เพียง 1 ฉบับต่อวัน เมื่อเขาเริ่มเป็นขาใหญ่ในคุกก็เริ่มรู้วิธีที่จะทำให้ 1 วัน ส่งจดหมายได้หลายฉบับ เพราะเริ่มมีคอนเนคชั่นกับเจ้าหน้าที่ข้างในมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่จดหมายที่เขาส่งไปก็จะส่งไปให้กับทางคุณปลาเสียมากกว่า กับอานนท์ก็ส่งไปให้บ้าง  อดีตลูกความของอานนท์ย้ำว่า อานนท์เป็นทนายที่ไม่เพียงแต่ช่วยเหลือเรื่องคดี แต่ยังช่วยเหลือในเรื่องความเป็นอยู่อื่นๆ แก่ผู้ต้องหาในคุกอีกด้วย ในช่วงหลังจากการสลายการชุมนุมปี 2553 มีการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีคนต้องโทษทุกแดนรวมกันอยู่ราวๆ ร้อยคน ระหว่างนั้นเขาได้คุยกับอานนท์ว่า ตัวเขาเองยังอยู่ได้ เพราะมีมวลชนนนทบุรีที่มาเยี่ยม แต่เพื่อนคนอื่นหลายคนยังไม่มีรองเท้าใส่ ไม่มีข้าวของ ของใช้อะไรเลย และต้องการความช่วยเหลือ ‘โครงการของขวัญสีแดง’ จึงได้เกิดขึ้น โครงการของขวัญสีแดง เป็นโครงการเพื่อสังคมริเริ่มโดยอานนท์ นำภา หนุ่มบอกว่า เขาไม่รู้รายละเอียดของโครงการแน่ชัด แต่มั่นใจว่าการเริ่มต้นขึ้นของโครงการนี้มาจากตอนที่เขาได้พูดคุยกับอานนท์อย่างแน่นอน หลังจากโครงการนี้เกิดขึ้นผู้ต้องขังทุกคนจะมีคนมาเยี่ยมทุกๆ เดือน “ในระหว่างที่เราเดินเยี่ยมออกไปนอกแดน แล้วเราเดินกลับมาก็ถือของกลับมาอย่างมีความสุข มีกาแฟ มีอะไรพวกนี้ แฮปปี้ พี่หนุ่ม ขอมาม่า 2 ห่อได้มั้ย อะไรอย่างนี้ เราก็ หืม..รู้จักกูเหรอวะ คือเราเจออย่างนี้ทุกวัน คือในคุกนะ แม้แต่ไข่สักใบนึงหรือกาแฟสักถ้วยนึง มาม่าสักห่อ นมสักกล่องนึง มันไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนจะได้ โดยเฉพาะคนที่ไม่มีญาติไป เราก็เลยรู้สึกว่าตรงนี้เราจะช่วยเขาได้ยังไง เลยคิดว่า โอเค ในเมื่อเรารู้จักประชาไท เรารู้จักกับทนายอานนท์แล้ว เรามีช่องทางที่เราจะเผยแพร่เรื่องพวกนี้ออกไปข้างนอกเลยรวบรวมรายชื่อ อาศัยจากที่ช่วงเวลาที่เราออกไปเยี่ยมญาติครับ เขียนออกมาแล้วส่งให้ทางประชาไท ส่งให้ทางคุณอานนท์” หนุ่ม เล่า หนุ่มเล่าว่า เขาได้เซ็นต์รับสารภาพว่ากระทำจริงตามข้อกล่าวหาในชั้นสอบสวน ซึ่งนั่นทำให้เขารู้ว่าโอกาสรอดคงยาก แต่ก็สู้กันทุกเม็ด เขาน่าจะเป็นคนแรกๆ ในประเทศไทย เป็นยุคตั้งต้นที่โดนข้อหาคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย และทนายในตอนนั้นก็ยังไม่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับคดีนี้มากนัก  ตอนขึ้นศาล เขาไม่หลงเหลือความกลัว เพราะสิ่งที่เขากลัวและกระทบถึงจิตใจ เขาได้ผ่านมันมาก่อนหน้านั้นแล้ว ทั้งการถูกทำร้ายในคุก 2 ครั้ง ถูกเจ้าหน้าที่เป็นเสื้อเหลืองซึ่งเป็นหัวหน้าแดนสั่งลูกน้องรุมกระทืบ 2 ครั้ง ผ่านการถูกตีตรวนมาแล้ว การตีตรวนในตอนนั้นไม่ได้เหมือนกับในสมัยนี้ เขาเล่าว่าตอนนั้นตีตรวนแบบสมัยอยุธยา ดึงข้อกับเหล็กใหญ่ๆ และมีขั้นตอนที่ต้องแก้ผ้าให้เจ้าหน้าที่ตรวจด้วย “เรื่องลูกมันใหญ่ที่สุด ทำให้เราไม่ได้สนใจอะไรตรงนั้น” หนุ่มกล่าว สิ่งหนึ่งที่อานนท์ทำให้เขาร้องไห้ด้วยความดีใจคือ การปริ้นท์รวบรวมทุกคอมเมนท์ให้กำลังใจเขาและลูกจากคนในเฟสบุ๊ค และจดหมายจากลูกที่ต้องการเขียนถึงพ่อ  “วันนั้นผมทำอะไรไม่ถูกเลย ผมจำได้ ผมนั่งอยู่ที่ริมสนามมวย แล้วผมร้องไห้อยู่คนเดียว ร้องไห้แบบดีใจ ดีใจเพราะได้รับรู้ว่าคนข้างนอกเขาให้กำลังใจพวกเรายังไง เพราะคนข้างในมันขาดการติดต่อ ขาดการสื่อสารทั้งหมด โดยเฉพาะที่เป็นกำลังใจจากเพื่อนๆในเฟสบุ๊ค ทุกวันนี้ผมยังเก็บไว้ และส่วนหนึ่งก็มอบให้กับพิพิธภัณฑ์สามัญชน” ถึงแม้ว่าความหวังจะลมๆ แล้งๆ แต่เขาก็ยังมีความรู้สึกว่าจะชนะคดีในวันนั้น  อรพิน ยิ่งยงพัฒนา ผู้ร่วมเสวนาซึ่งในขณะที่เกิดคดีของหนุ่ม เรดนนท์ เธอยังทำงานที่  ilaw และได้มีโอกาสเข้าฟังการว่าความของทนายอานนท์อยู่บ้าง เล่าว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉบับปี 2550 เป็นผลกระทบมาจากการเกิดรัฐประหารในปี 2549 พ.กฎหมายฉบับนี้ช่วงหนึ่งถูกนำมาใช้ในนามของมาตรา 112 เพราะใช้กับการแสดงความคิดเห็นที่เป็นเชิงวิพากษ์วิจารณ์ระบอบ เธอสะท้อนความเห็นว่าการผ่านกฎหมายในสภาแต่ละฉบับนั้นยาก เมื่อเกิดรัฐประหารก็มีการใช้โอกาสนี้ผลักดันพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ออกมาอย่างรวดเร็ว  เธอเล่าว่า เวลานั้นเธอกับเป๋า ยิ่งชีพ ก็ยังอายุน้อย แต่มีความเชื่อมั่นใน 2 อย่าง หนึ่งคือ หลักกฎหมาย สองคือ เชื่อในเทคนิคคอมพิวเตอร์ที่ล้ำสมัยว่าสามารถใช้ในการสืบหาข้อมูลคดีเพิ่มได้ แต่ด้วยความที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหม่มากในยุคนั้น ilaw จึงชวนกันว่าควรจัดอบรมทนาย เพราะคดีนี้ไม่เหมือนกับคดีอาญาทั่วไป จึงได้เริ่มสนิทกับทนายรุ่นใหม่ๆ ก็ได้เจอกับอานนท์ แต่ช่วงนั้นก็มีคดีเยอะมาก คดีของหนุ่ม เรดนนท์ เป็นหนึ่งในนั้น กลับกันสัดส่วนของทนายที่สามารถทำคดีแบบนี้ได้กลับไม่มากขึ้นตาม  “ถามว่า ณ วันนั้นมั่นใจแค่ไหน ก็ตาใสตาซื่อ โดยหลักฐานข้อมูลแล้วก็ต้องมั่นใจสิ มันต้องสืบได้ คือถ้าจะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้ไม่รอดจากคดีนี้ ก็คงเป็นเหตุผลนอกระบอบกฎหมายแล้ว ตอนนั้นใจเรายังซื่ออยู่ เรายังรู้สึกว่าเราสู้ได้ ก็เลยอาจจะส่งพลังแบบนั้น พี่หนุ่มก็รู้สึกว่าพี่หนุ่มไปคิดเรื่องลูกดีกว่า” อรพิณ เล่า อรพิน ยิ่งยงพัฒนา ลีลาการว่าความของอานนท์ อรพิณมองอานนท์ตอนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกเป็นทนายน้อยคนหนึ่งที่ชอบกินซอยจุ๊ อานนท์รับผิดชอบงานออกมาได้เป็นอย่างดี มักทบทวนคดีก่อนถึงวันงาน เธอเอ่ยชมว่า อานนท์เป็นทนายที่เราสามารถวางใจได้ เก็บรายละเอียดครบทุกเม็ด ทำงานได้ค่อนข้างดี เมื่อถึงเวลาต้องขึ้นบัลลังก์จริง อานนท์ก็จะมีลีลาลวดลายการว่าความของเขาแบบเฉพาะตัว มีปฏิภาณไหวพริบที่ดี เธอเห็นจุดเด่นของอานนท์ที่สำคัญ คือ การยืนยันหลักการประชาธิปไตยและเสรีภาพในการแสดงออกต่อหน้าบัลลังก์ศาลก่อนเสมอ เธอเล่าตามที่เคยเห็น แต่ข้อเสียคือ ในระบบยุติธรรมเช่นนี้ มักจะมีอคติอยู่ในกระบวนการพิจารณา และไม่อาจทราบได้ว่าศาลจะรับฟังหรือไม่ และจะเกิดประโยชน์กับจำเลยหรือไม่  อรพิณยอมรับว่าหลังปี 2553 เป็นต้นมาก็ไม่ค่อยได้ไปคลุกคลีกับคดีและสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะติดเรียนหนังสือและไปทำงานวงการสื่อเสียมากกว่า เธอเล็งเห็นว่า ทิศทางของสื่อในไทยก็สำคัญไม่แพ้กัน เธอสะท้อนได้เพียงว่า อานนท์ยังคงเป็นคนที่ยืนหยัดในอุดมการณ์ตลอดมา แม้ช่วงหลังปี 2553 เป็นต้นมาจะเริ่มเป็นยุคเปลี่ยนผ่าน มีวัยรุ่นอายุน้อยเข้ามาโดนคดีกันมากขึ้น อานนท์ต้องกลายรุ่นพี่ให้คำปรึกษารุ่นน้อง ซึ่งเขาก็เทคแคร์ เอาใจใส่ ให้คำปรึกษาแก่น้องได้ ไม่เพียงแค่การเติบโตขึ้นของอานนท์ แต่เธอมองเห็นไปถึงการเติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็งของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เมื่อศูนย์ทนายฯ เติบโตขึ้น ก็ทำให้ผู้ต้องหาไว้วางใจ มีทางออกมากขึ้นจากทนายกลุ่มนี้ที่คอยช่วยเหลือ  ด้าน หนุ่ม เรดนนท์ ได้เล่าเพิ่มเติมว่า ส่วนใหญ่เขาและอานนท์ได้คุยกันบ่อยก็คือตอนที่ติดคุก เขาอยากเจออานนท์อีกครั้ง ยังรู้สึกเหมือนติดค้างกันอยู่ เพราะหลังพ้นโทษมาแล้วก็ไม่ค่อยได้คุยกันสักเท่าไร แม้ว่าจะมีนัดกินซอยจุ๊กันบ้าง แต่หลังจากนั้นไม่ถึงปีเขาก็ต้องลี้ภัยไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านนานราว 8 ปี เขามองว่าอานนท์รู้ว่าเขาอาจจะต้องติดคุกแน่ๆ อยู่แล้ว ในช่วงที่เขายังเป็นลูกความของอานนท์ อานนท์ก็ถามบ่อยว่าอยู่ข้างในจะต้องทำยังไง เสมือนศึกษาเพื่อเตรียมพร้อมหากวันนั้นมาถึง จุฑารัตน์ กุลตัณกิจจา ในฐานะฝ่ายข้อมูล ศูนย์ทนายควมเพื่อสิทธิมนุษยชนในขณะนั้น เล่าว่า เธอเริ่มทำงานข้อมูลตั้งแต่ปี 2558 ได้เจออานนท์ที่อุทิศตนเป็นนักกิจกรรมไปแล้วครึ่งตัว และเห็นการยืนยันหลักการแห่งประชาธิปไตยและเสรีภาพจากทนายผู้นี้มาตลอด จนมาทำงานด้วยก็ได้เห็นเทคนิคการว่าความของอานนท์ที่บางครั้งก็หลอกฝั่งตรงข้ามแบบหน้าตาย และเห็นความหัวไว ตาไว 112 เผือกร้อน สะท้อนความยุติธรรมอันอัปลักษณ์ คงสัจจา สุวรรณเพ็ชร คงสัจจา สุวรรณเพ็ชร นักวิชาการด้านกฎหมาย กล่าวว่า ระบบยุติธรรมต่างหากที่เป็นปัญหา ต้องโทษที่ระบบยุติธรรม ประชาชนไม่ผิดที่จะไม่รู้ เพราะระบบยุติธรรมทำให้คนไม่รู้ว่าจะต้องเจอปัญหาอะไรในตอนต่อไป และต้องโทษโรงเรียนกฎหมายที่ไม่เคยสอนให้นักกฎหมายเข้าใจว่ากฎหมายในโลกของชาวบ้าน มันไม่แน่นอนขนาดไหน “กฎหมายในโลกของชาวบ้าน มันอยู่ในใบเซียมซีฮะ ชาวบ้านกลัวการขึ้นโรงขึ้นศาลมากที่สุด ถึงต้องไปเสี่ยงเซียมซีไง ถูกไหมฮะ” คงสัจจาเปรียบเทียบ ปกติกระบวนการยุติธรรมควรทำให้ทุกฝ่ายอุ่นใจ ไม่ว่าจะเป็นโจทก์หรือจำเลยก็ตาม ทนายเปรียบเสมือนหมอความของทั้งสองฝ่าย ซึ่งถ้าเทียบกับหมอรักษาโรค ต่อให้ทนายจะเก่งแค่ไหน แต่ลูกความไม่สามารถไว้ใจระบบได้ก็ไม่เกิดความอุ่นใจ ระบบยุติธรรมไทยไม่สามารถทำให้คนอุ่นใจเช่นนั้นได้ คงสัจจาหยิบยกคดี 112 เป็นตัวอย่างที่สะท้อนความอัปลักษณ์ของกระบวนการยุติธรรมไทยได้ดีที่สุด และเป็นดั่ง ‘เผือกร้อน’ เพราะ 112 บั่นทอนชีวิต จิตใจ และตัวตนของมนุษย์ทุกคนในกระบวนการยุติธรรม ไม่เพียงแต่บั่นทอนผู้ต้องหา แต่บั่นทอนไปถึงตัวตนของเจ้าหน้าที่ระบบยุติธรรมไทยทั้งหมด นอกจากนี้เขายังพูดถึงการฟ้องทางไกล ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยและเป็นอุปสรรคต่อผู้ต้องหาในคดีมาตรา 112 ว่า ที่จริงแล้วกฎหมายให้อำนาจแก่พนักงานสอบสวนสามารถโอนสำนวนมาเพื่อความสะดวกได้ แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่กล้าใช้อำนาจนี้ มองเป็นเผือกร้อน กลัวถูกมองว่าเจ้าหน้าที่เข้าข้างจำเลย แล้วทำให้ทั้งคนกล่าวหาและคนเบื้องบนไม่พอใจ จึงผลักภาระไปให้กับอัยการ ฝั่งอัยการแม้มีข้อกฎหมายที่เปิดช่องเอื้อความเป็นธรรมให้แก่ผู้ต้องหาได้ แต่ก็ไม่ทำ เกิดการผลักอำนาจตัดสินใจนี้ไปเรื่อยๆ อ้างเพราะคดี 112 เป็นคดีความมั่นคง มีโทษสูง  “เพราะว่า 112 มันเป็นเผือกร้อนของทุกคน หมายความว่ามันไม่มีใครอยากยุ่งกับสิ่งนี้ เจ้าหน้าที่ด้วย เขาถึงต้องผลักการตัดสินใจ งดใช้สามัญสำนึก” คงสัจจากล่าว  “สุดท้ายต่อให้มีกฎหมายให้ดุลพินิจ เขาก็ไม่กล้าใช้ดุลพินิจ” คงสัจจา ชี้ 112 กฎหมายภัยความมั่นคงสถาบัน “กฎหมายหมิ่นฯ ไม่เคยดีต่อใครเลย แม้กระทั่งสถาบันกษัตริย์เอง” คงสัจจามองการมีอยู่ของมาตรา 112 สะท้อนถึงความไม่มั่นคงของรัฐและสถาบันกษัตริย์ กฎหมายนี้มีมาตั้งแต่ช่วงอยุธยาแล้วเรียกกันว่ากฎมณเฑียรบาลและพระอัยการกบฎศึก เริ่มใช้กันเองระหว่างขุนนางและกษัตริย์เพราะในยุคนั้นเกิดการชิงอำนาจกันเองบ่อย จนมาถึงยุครัชกาลที่ 5 ที่เทคโนโลยีการสื่อสารเริ่มมีเข้ามามากขึ้น มีการถ่ายทอดข้อมูลต่างๆ ผ่านสื่อรูปภาพ ภาพยนตร์มากขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในสมัยนั้นมีการนำเอากฎหมายจากต่างประเทศมาใช้ เรียกว่า lese-majeste (เลส-มาเฌสเต) ห้ามให้ร้ายสถาบันกษัตริย์  เขาเล่าต่อว่า ในอดีตกำหนดว่ารัฐเป็นสมบัติส่วนตัวของสถาบันกษัตริย์ เมื่อเกิดเหตุการณ์ในปี 2475 ขึ้นก็ทำให้อำนาจของรัฐและกษัตริย์แยกกัน รัฐมีไว้เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม สถาบันกษัตริย์มีไว้เพื่อเป็นองค์อารักขาความต้องการของประชาชนเท่านั้น รัฐไม่ใช่ราชสมบัติของสถาบันอีกต่อไป  คงสัจจามองว่า อานนท์ นำภา และคณะราษฎร์มีความตั้งใจเดียวกัน คือ กษัตริย์ต้องเป็นองค์อารักขาของราษฎร แต่ความพยายามนั้นเป็นความพยายามที่จะเปลี่ยนระบอบการปกครองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน มองกษัตริย์ต้องวางตนอยู่ภายใต้กฎหมาย มันถึงร้ายแรงมาก  “ตอนที่สืบพยาน ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะ อานนท์พูดว่าเขากำลังปกป้องราชบัลลังก์ ผมเชื่อว่าทนายอานนท์แกเชื่ออย่างงั้นจริงๆ นะ เพราะเขาหมายถึงว่าถ้าราชบัลลังก์จะอยู่ยิ่งยืนนานและคงความศักดิ์สิทธิ์ไว้ได้ มันต้องกลมกลืนสอดคล้องกับผลประโยชน์ของราษฎรอย่างแท้จริง” คงสัจจา เล่า หนุ่ม เรดนนท์ เชื่อว่าอานนท์เข้มแข็งและมีเวลาเตรียมใจกว่าเขาเยอะ เขาเคยแนะนำให้อานนท์ดูแลตัวเองให้ดี ให้แข็งแรงหากต้องอยู่ในเรือนจำ มีเวลาว่างก็หาอะไรที่เป็นประโยชน์ทำ  “สิ่งนึงที่อานนท์เขาจะพูดกับผมอยู่เสมอ คือ ทำไมพี่หนุ่มออกมาแล้วยังดูแข็งแรง เราก็บอกว่าเวลาเราอยู่ในคุกเนี่ย ไม่ใช่ว่าเราจะแบบอยู่เฉยๆ เนอะ เวลาทุกนาทีเราจะต้องดูแลตัวเอง เราต้องตัดเรื่องข้างนอก แล้วดูแลตัวเอง อย่างเช่น การอ่านหนังสือ การเพิ่มความรู้ เพราะในคุกมันไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น” หนุ่มกล่าว สำหรับตัวเขาเอง การติดคุกและการลี้ภัยพรากเวลาชีวิตนานถึง 10 กว่าปี เขาเริ่มติดคุกตั้งแต่อายุ 30 กว่าปี จนตอนนี้อายุ 54 ปี ต้องออกมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ซึ่งไม่ง่ายเลย เขาเคยคุยกับป้าอุ๊ แฟนอากง-อำพล ตั้งนพกุล อยู่บ้างว่ามีโอกาสก็อยากช่วยทนายผู้นี้ที่เคยดูแลคดีให้ แต่ ณ เวลานี้พวกเรายังดูแลตัวเองกันไม่ได้เลย แต่สำหรับงานนี้ตั้งใจจะมามาก ถึงแม้ว่าน้ำท่วมจะหนักเท่าไหร่ก็ตาม มันเป็นสิ่งหนึ่งที่พอจะให้ได้  อรพิณช่วยเสริมเรื่องการดูแลตัวเองว่า ครั้งที่เจอกันล่าสุดอานนท์ดูผิวพรรณผ่องใส มีกล้ามด้วยแสดงว่าได้ใช้โอกาสดูแลตัวเองตอนอยู่ในคุกบ้าง แต่เสียดายที่อานนท์ไม่ได้มีเวลาอยู่กับลูก ไม่มีโอกาสได้มองเห็นพัฒนาการของลูก เด็กตัวน้อยๆ ที่ค่อยๆ เติบโตขึ้น “ภายใต้การแสดงความคิดเห็น ถ้าประชาชนไม่มี นักวิชาการอย่างเราก็ไม่มี” คงสัจจายังคงสนับสนุนให้ทุกคนกล้าตั้งคำถามในสิ่งที่คนอื่นเชื่อว่ามันเป็นไปไม่ได้ เราต้องเชื่อว่าเป็นไปได้ ความกล้าในทางศีลธรรมเป็นสิ่งที่กฎหมายควรส่งเริม ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะกลัว  “กฎหมายที่เรามีอยู่ตอนนี้มันวิปริต มันห้ามปรามการใช้มโนธรรมสำนึก ห้ามปรามการใช้ความกล้า ขออภัยนะฮะ เราถึงอยู่ในสังคมที่ตอแหล หลอกลวงอย่างทุกวันนี้” คงสัจจาปิดจบ นอกจากผู้เสวนาบนเวทีแล้ว อานนท์ นำภา ยังมีเพื่อนที่ยังรัก คิดถึง มีความทรงจำร่วมกันและยังรอคอยการกลับมาของเขาอยู่มากมาย จุฑารัตน์ กุลตัณกิจจา ในฐานะผู้ดำเนินรายการจึงได้เชิญชวนผู้ฟังพูดอะไรสักอย่างถึงอานนท์ ในตอนสุดท้าย ธัชพงศ์ แกดำ เล่าว่าเจออานนท์ครั้งแรกที่ศาลทหาร หลังยุครัฐประหารของรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา เห็นหน้าอานนท์แล้วเขานึกถึงความกวน เป็นกันเอง ทะเล้น แต่แฝงด้วยความแหลมคมทางความคิด และยังเป็นคนที่เข้าถึงมวลชนได้ง่ายที่สุด มองเป็นจุดแข็งที่นักกิจกรรมทุกคนต้องมี  ธัชพงศ์ แกดำ ช่วงขึ้นปราศรัยเวที Harry Potter ด้วยกัน อานนท์พูดในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าพูด ต้องยอมรับว่านั่นคือเวลาที่เหมาะสมแล้ว อนุรักษนิยมยังยอมรับสิ่งที่อานนท์พูดในวันนั้นด้วยซ้ำ ตอนเกิดม็อบปี 2563 ธัชพงศ์รู้สึกว่าคนที่ทำทุกอย่างแบบมุทะลุคือตัวเขาเอง แต่อานนท์กลับเป็นคนที่ประนีประนอมทุกอย่าง ไม่ใช่การก้มกราบ เพียงแต่อานนท์คำนึงถีงเสมอว่าต้องรับผิดชอบชีวิตของมวลชนด้วย นั่นคือสิ่งที่อานนท์ไม่เคยลืม และสามารถเป็นที่พึ่งได้ยามต้องตัดสินใจ การมาเจอกันในปราศรัยครั้งสุดท้ายคือที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อานนท์ไม่ได้วางจุดประสงค์ว่าจะต้องแบ่งสี แบ่งฝ่าย เพียงแต่ต้องการให้พรรคการเมืองประชาธิปไตยรวมกัน ถึงแม้ว่าตอนนั้นเขาจะมีคดีติดตัวอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้เกรงกลัว หลังอานนท์ตกเป็นผู้ต้องหาก็ยังฝากความหวังไว้กับคนข้างนอกอยู่อีกมากมาย  “ไม่ว่าการเมืองจะเป็นยังไง แต่ฝ่ายประชาธิปไตยเราต้องกลับมามีเส้นทางมาเดินร่วมกัน ไม่ว่าโลกข้างนอกน้ำจะท่วมหรือเนเน่จะได้แชมป์โลกอะไรยังไง แต่ยังมีเพื่อนที่อยู่ในเรือนจำอยู่” ธัชพงศ์ทิ้งท้ายการสนทนา จีรนุช เปรมชัยพร ผู้ร่วมเสวนาคนสุดท้ายของงาน เล่าว่า ถึงแม้ว่าตอนนั้นประชาไทจะได้รับการยื่นมือจากต่างชาติเข้ามาช่วยเรื่องทนายความ แต่ก็ยังยืนยันที่จะใช้ทีมที่มีจุดยืนเรื่องสิทธิมนุษยชนต่อไปตอนนั้นก็มีทั้งทนายหนุ่มและทนายอาวุโสอย่างทนายแสงและทนายบื๋อ ทนายอาวุโสที่ทำคดีสังคมดังดังๆ มามากมาย ส่วนทนายรุ่นใหม่ในตอนนั้นคือ ทนายอานนท์และทนายเจี๊ยบ  จีรพร เปรมชัยพร เธอพูดถึงอานนท์ว่า ถึงแม้เขาจะเป็นคนขี้เล่น แต่ก็เป็นคนที่ความจำแม่นมาก เวลาที่เกิดคดีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาและเอี่ยวกับมาตรา 112 ทนายความส่วนมากก็จะปฎิเสธคดี ก็ต้องเลือกทนายความเป็นอานนท์และเจี๊ยบ เธอทิ้งท้ายถึงอานนท์ว่า สำหรับเธอนั้นความสัมพันธ์ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่ยังมีความเป็นเพื่อน พี่น้องกัน ในตอนที่อานนท์เริ่มเข้าสู่บทบาทนักกิจกรรม เธอก็ถามว่าอานนท์จะต้องแบ่งเส้นบทบาทระหว่างทนายความและนักกิจกรรมให้ดีนะ อานนท์ก็ยังยืนยันว่าเขาสามารถเดินทั้ง 2 เส้นนี้ได้แน่นอน เธอก็เคารพการตัดสินใจของเขา แน่นอนว่าการยืนหยัดจะติดคุกของอานนท์อย่างที่เป็นอยู่ไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ แม้จะมีการเสนอทางลงหลายทาง หากอานนท์จะเลือกทางนั้นก็จะไม่ถือเป็นการกลับคำเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าอานนท์จะเลือกอย่างไร พร้อมจะสนับสนุนต่อไป และเธอยังมีความหวังว่าจะไม่ต้องอยู่ถึง 30 ปี สังคมไทยจะมีการเปลี่ยนแปลง * รายงานพิเศษ * การเมือง * สิทธิมนุษยชน * อานนท์ นำภา
033 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
suwicha @suwicha.bsky.social · 12/10/2026
TW: war crimes / sexual violence 박꽃이 피었습니다 (The Gourd Flower Has Bloomed) text by 문영숙 & illustration by 이영경 หนังสือภาพที่ได้มาจากร้านมือสองที่กวางจู ว่าด้วยเด็กหญิงชาวเกาหลีที่ถูกทหารญี่ปุ่นจับตัวไปเป็น ‘comfort woman’ บนเกาะอันห่างไกล เธอแอบปลูกต้นน้ำเต้าจากเมล็ดที่แม่มอบให้ก่อนจากกัน ด้วยความหวังว่าเมื่อสงครามผ่านพ้น สักวันเธอจะได้กลับบ้าน
156 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
S. Noina Supratya @selfcircled.bsky.social · 12/10/2026
ปลดล็อกขึ้นทะเบียนนกปรอดหัวโขนกันงับ เดี๋ยวนี้นกฟาร์ม 100% ไม่มีหรอกที่จับจากป่า 🙃
022 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
S. Noina Supratya @selfcircled.bsky.social · 04/10/2026
ข้อ4 ข้อเสนอแนะอื่นๆ 👉 ตอบ หากจะเปลี่ยนแหล่งรายได้ของไทยพีบีเอส จำเป็นต้องยึดโยงควบคู่กันกับทั้ง วินัยการเงินการคลังของรัฐ และ ความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ . คำถามข้อสุดท้าย เห็นควรให้ร่างนี้ผ่านเป็นกฎหมายหรือไม่ 👉 ตอบ: ไม่เห็นด้วย . ร่วมแสดงความคิดเห็น คัดค้านร่าง พ.ร.บ. Thai PBS ฉบับใหม่! ได้ที่นี่ www.parliament.go.th/section77/su...
parliament.go.th
ระบบรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ
002 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
S. Noina Supratya @selfcircled.bsky.social · 04/10/2026
ข้อ3 ร่างกฎหมายนี้ช่วยแก้ปัญหาได้ไหม 👉 ตอบ แก้ไม่ได้ และยังสร้างปัญหาใหม่ 📌เหตุผล: การอ้างวินัยการเงินการคลังอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงความเป็นอิสระของสื่อ จะเปลี่ยนสื่อสาธารณะให้กลายเป็นสื่อของรัฐ
101 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
S. Noina Supratya @selfcircled.bsky.social · 04/10/2026
ข้อ2 ยกเลิกเงินบำรุงจากภาษีบาป สุรา-ยาสูบ 👉 ตอบ: ไม่เห็นด้วย 📌เหตุผล: รายได้จากเงินบำรุงจากภาษีบาป ออกแบบมาเพื่อให้สื่อเป็นอิสระ การยกเลิก จึงมีความเสี่ยงต่อความเป็นอิสระ และการถูกครอบงำ แทรกแซง และควบคุมสื่อ
101 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
S. Noina Supratya @selfcircled.bsky.social · 04/10/2026
ปชส : ชวนร่วมแสดงความคิดเห็น คัดค้านร่าง พ.ร.บ. Thai PBS ฉบับใหม่ (ถึง 14 ต.ค. นี้) แนวทางการตอบแสดงความคิดเห็น . ข้อ1 เปลี่ยนแหล่งรายได้เป็นการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 👉 ตอบ ไม่เห็นด้วย 📌เหตุผล: ใช้งบประมาณจากรัฐ เสี่ยงโดนแทรกแซงการทำหน้าที่สื่อ
129 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
S. Noina Supratya @selfcircled.bsky.social · 04/10/2026
ไทยพีบีเอสเป็นองค์กรใหญ่ มีความทับซ้อน หลายหน่วยงานก็มาตรฐานต่ำอย่างที่มีการใช้ภาพ generative ai หรือตัดงบประมาณอย่างไม่เป็นธรรม สมควรได้รับการผ่าตัดแก้ไข แต่ถ้าคุณอยากทุบไทยพีมากกว่าทุบความเสื่อมทรามต่างๆ ในเนื้อหาข่าวที่ไทยพีรายงาน ผมตีเก๊หมดนะครับ
103 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
S. Noina Supratya @selfcircled.bsky.social · 04/10/2026
นอกจากนี้ ไทยพีน่าจะยังเป็นสื่อสำนักเดียวที่ยังให้งบประมาณทำสารคดีเรื่องยาวโดยทีมงานคนไทย ทั้งในเรื่องธรรมชาติ ชาติพันธุ์ ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์อาหารไทย ทำละครไทยน้ำดี (ไม่รู้ว่ามีอยู่ล่ะสิ ไหนบอกว่ารักความเป็นไทยไง?) มีแพลตฟอร์มวิภาให้ดูสารคดีและภาพยนตร์ จากทั่วโลกได้ฟรีๆ
105 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
S. Noina Supratya @selfcircled.bsky.social · 04/10/2026
เก็บลงเว็บไซต์ ทำไทม์ไลน์อย่างเป็นระเบียบ สืบค้นได้ง่าย และยังมีความพยายามจะหาผู้เชี่ยวชาญตัวจริงมาพูดคุยในประเด็นนั้นๆ ไม่ใช่แค่มักง่ายเอาคนดังมาพูดมั่วไปหมด เป็นที่รู้กันว่าเวลาเขียนบทความทั้งไทยและเทศ ว่าไทยพีบีเอสได้ง่ายที่สุด และมีความน่าเชื่อถือสูง
106 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
S. Noina Supratya @selfcircled.bsky.social · 04/10/2026
สารพิษและอ่างเก็บน้ำในภาคตะวันออก แก้กฎหมายประมง เหมืองแร่โปแตซที่อีสาน เรื่องปลาหมอคางดำ ไทยพีก็เกาะติดประเด็นมาก่อนใครตั้งแต่ปี 2556 เป็นอย่างน้อย และไม่ใช่มีแต่การรายงานสั้นๆ ลงโซเชียล แต่เป็นการรายงานข้อมูลอย่างครบถ้วน ไม่ใส่อารมณ์จนกลายเป็นเกมโชว์
106 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
S. Noina Supratya @selfcircled.bsky.social · 04/10/2026
อยู่วงการสิ่งแวดล้อมมาก็นาน ยืนยันว่าไทยพีบีเอสเป็นที่เดียวที่ให้โอกาสประเด็นสิ่งแวดล้อมมากที่สุด อย่างเหมืองแร่กับโรงไฟฟ้าโรงกลั่นน้ำมันดิบที่เพชรบุรี เหมืองหินที่กระบี่ …ไม่เคยได้ยินก็ไม่แปลกเพราะยังไม่ใช่ประเด็นระดับชาติ แต่ประเด็นที่เล็กหรือว่าการต่อสู้เพิ่งเริ่มต้นไม่ได้แปลว่าไม่สำคัญ (+)
11450 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
กร๊อบซ์ @96olf.bsky.social · 12/10/2026
เลือก ปกส ทีมส้ม เข้าไปได้แล้วก็อยากให้จับจ้องการทำงานเขาด้วย คิดว่าสมัยนี้แล้วคงไม่คิดว่าแนวคิดเลือกคนดีเข้าไปแล้วปล่อยเขาทำงานมันจะเวิร์คนะ ระบบมันต้องขับเคลื่อนด้วยคนทำงานและการตรวจสอบ
0524 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
ปิยะรักษ์ 🍂🎃 @piyarak-s.bsky.social · 11/10/2026
ตามคำแนะนำของคุณหมีเนยดาวเสาร์ ใครเบิร์นเอาท์ หมดไฟ จิตใจห่อเหี่ยวกับการทำกิจกรรมทางสังคม สมัครลงเวิร์กช็อป collective care ช่วยกันพยุงใจสหายร่วมขบวนการนี้ได้นะคะ เริ่มวันพุธนี้แล้วว
0716 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
obchoey ʕ•͈༥•͈ʔ @obchoey.bsky.social · 12/10/2026
สิ่งที่พวกเราไม่ควรปล่อยให้หายไปเลยก็คือ "ความหวัง" นี่แหละ
01630 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
หฎอถเวฉ์เฎ้อ @despairlord.bsky.social · 12/10/2026
มีเรื่องคนกองเสียชีวิตจาการออกกองเกินเวลาอีกแล้ว (เห็นว่าทำงานวันละ 20 ชั่วโมง) เรื่องระบบเวลาการออกกองนี่ก็ไม่รู้ว่าจะไปได้ถึงไหน แลกกับการไม่มีหลักอะไรคุ้มครองคนทำงานสายนี้ จนต้องเสียชีวิตกันไปอีกกี่คน บวกกับการเห็นคนออกมาคอมเพลนงบการทำข่าวสารคดีของคุณกรุณาอีก ก็เห็นได้ว่าเรื่องระบบการทำงานของคนทำสื่อที่จะไม่ต้องหามรุ่งหามค่ำเอาชีวิตและร่างกายเข้าแลกนี่ ไม่น่าได้เกิดในยุคฉัน
0742 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
Heartovia | 🌻🌼🌻🌼 @heartovia.bsky.social · 12/10/2026
@ekapublishing.bsky.social ถึงจะเป็นนกคนละสายพันธุ์ แต่เราก็เป็นเฟมมินิสต์เหมือนกันนะ
01126 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
Heartovia | 🌻🌼🌻🌼 @heartovia.bsky.social · 12/10/2026
สนพ.แซลม่อนฮ็อตมาก เพราะมีคนจ้องตลอดเวลา
11229 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
Heartovia | 🌻🌼🌻🌼 @heartovia.bsky.social · 12/10/2026
แก๊กรวมมิตร สำนักพิมพ์เพื่อนบ้าน part 1 ประเดิมกันที่สนพ.แมวกบหรือ ladys and moonscape งานขายหนังสือเปลี่ยนเป็นสังเวียนแดนซ์ทันที
22535 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
D.M. @dmnbchs.bsky.social · 12/10/2026
ทั้งนี้ ไม่ได้ disregard ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ทีมแหกของส้มที่พยายามทำคอนเทนต์ใดๆ คือคนมันต้องรู้ว่ามัน shitty ก็เพราะทุกคนช่วยกันแหกช่วยกันแฉออกมา แต่คำถามตอนนี้คือเมื่อก่อนพรรคอื่นๆ ปล่อยให้ประกันสังคมมัน shitty แบบมีอีลุงปีศาจหมูนั่นอยู่มาตั้งแต่ปี 30 โดยไม่เคยคิดจะเข้าไปเคลียร์ได้ไงวะ "แรงงาน" ที่ต้องจ่ายประกันสังคมกันเป็นส่วนใหญ่อยู่ตรงไหนในสายตาพวกครุนพรี่ย์ๆ (วะคะะะะ)
0410 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
D.M. @dmnbchs.bsky.social · 12/10/2026
ซึ่งจริงๆ เราว่าคนที่แห่กันไปเลือกปกส.สูงเป็นประวัติศาสตร์ก็ not necessary ส้มจัดๆ กันหรอก มันก็แค่คนที่ทนไม่ได้ที่เห็นเงินซึ่งส่งกันทุกเดือน (ไม่ว่าจะในฐานะลูกจ้างหรือนายจ้างที่ต้องสมทบ) ถูกเอาไปทำอะไรบ้าบอ แล้วสิทธิ์ที่ผู้ประกันตนควรได้จริงๆ กลับแย่อ่ะ ชอบคำที่เห็นผ่านตามากๆ ปรากฏการณ์​ "เงินกู!"
11525 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
Zip the cat @kkjj.bsky.social · 12/10/2026
รับฟังความคิดเห็น พ.ร.บ. ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว็บ official แสดงความคิดเห็นได้ถึง 29 ต.ค. นี้‼️ คำถามกำกวมเหมือนเดิม ใช้กูเกิ้ลฟอร์มไปโดนด่าเรื่องคำถามก็ไม่ได้คิดจะปรับปรุง เอามาใส่เว็บofficial ก็ก้อปวางมาเลย 😡 law.go.th/listeningDet...
law.go.th
ระบบกลางทางกฎหมาย
ระบบกลางทางกฎหมาย
0221 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
Glass Rabbit @glass-rabbit.bsky.social · 13/10/2026
มีสนพ.บีโกแวร์เรฟเวอร์ยูอาร์ ไหม🫣
1310 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
Xun-ling Au 歐迅灵 🏴 @xunlingau.bsky.social · 13/10/2026
“I cannot say with certainty whether time is on our side. History offers no such guarantees. But I believe that the efforts of those who struggle to make the world more compassionate and more just will not be in vain.” :- Netiwit Chotiphatphaisal Amen brother. We keep going.
082 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
Xun-ling Au 歐迅灵 🏴 @xunlingau.bsky.social · 13/10/2026
Sam Yan press have made the book freely available. #FreeOurFriends
samyanpress.org
- SAMYANPRESS
IS TIME STILL ON OUR SIDE? A Book for Joshua Wong’s 30th Birthday Published on 13 October 2026 by Sam Yan Press Nine years ago, Sam Yan Press published its very first book: Time Is on Our Side: A Book...
1123 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
Xun-ling Au 歐迅灵 🏴 @xunlingau.bsky.social · 13/10/2026
To mark Joshua Wong's 30th Birthday, SamYan press have released "Is time still on our side?" essays, letters, poetry & short fiction by writers, scholars, and activists from Thailand, Taiwan, Myanmar & beyond. Contributions from @jwassers.bsky.social, @brianhioe.bsky.social & many more friends💛
IS TIME STILL ON OUR SIDE?
A Book for Joshua Wong’s 30th Birthday


Published on 13 October 2026 by Sam Yan Press
12722 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
Mei is caffeinism @me-meiyo.bsky.social · 13/10/2026
แฮพพิแอนิเวอร์สารี่ แอนโธร้านของเก่า Den of Antiquities จักรวาลแรกเริ่ม ครบสิบปีแร้ว ✨🔥❤️
2713 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
ป. ปลา 🐦 ♪ @dandearlion.bsky.social · 13/10/2026
ก้อนเมฆที่เหมือนใบหน้าด้านข้างของแมวเหมียว
05052 0
kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them) @kitnyctophile.bsky.social · 11/08/2026
Indonesia's government has labeled LGBT+ people a "national threat," fueling violence, raids, and vigilante attacks. No one should be treated as an enemy simply for being who they are. Sign to demand that this dangerous decree be repealed. a.allout.org/s/WNE9l/
a.allout.org
Indonesia: Protect LGBT+ People
Indonesia's government has labeled LGBT+ people a "national threat," fueling violence, raids, and vigilante attacks. No one should be treated as an enemy simply for being who they are. Sign to demand that this dangerous decree be repealed.
000 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
S. Noina Supratya @selfcircled.bsky.social · 04/07/2026
มากกว่า 95% ของสินค้าเป็น naked product เพื่อลดขยะ และพลาสติกที่ใช้ก็รับมาจากองค์กร POP ที่รีไซเคิลขยะทะเลอีกที สติกเกอร์คนทำที่แปะอยู่ ถ้าเปิดดูจะมีข้อความซ่อนไว้ด้วยนะ! จริงๆ ที่เคยรู้จัก LUSH ตอนแรก (โอเค เพราะกลิ่นเด่นมากด้วย 55) ชอบที่นางสนับสนุน diversity / alt culture และเป็น ally ของชาว LGBTQIA+ มาตลอด แล้วมีโปรแกรมเรื่องความสำคัญของผึ้งมายาวนาน
117 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
S. Noina Supratya @selfcircled.bsky.social · 04/07/2026
วันนี้ทาง Loopers (แพลตฟอร์มขายเสื้อผ้ามือสอง) ชวนมาทำเวิร์กชอป shower cocktail กับ LUSH Thailand ซึ่งผมใช้อยู่แล้วทั้งคู่ 😆 สินค้าของ LUSH เป็น fair trade, เก็บสะสมแพคเกจมาแลกมาส์กได้, ใช้ซิลิก้าจากเหมืองที่ ethical, ทางแบรนด์เองเป็นหัวหอกรณรงค์ยุติการทดลองต่อสัตว์ เหล่านี้รู้อยู่ก่อนแล้ว แต่ก็ได้รู้เพิ่มขึ้นว่า (ต่อ)
2723 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
suwicha @suwicha.bsky.social · 13/07/2026
#19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร จริงๆ ตอนนั้นเรามีความหวังกันมากเลยนะ
02559 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
S. Noina Supratya @selfcircled.bsky.social · 18/07/2026
แนะนำร้านซ่อมพื้นรองเท้าที่เป็นลูกค้ามานานคับ แต่ได้ใช้บริการนานๆ ทีเพราะไม่ได้ซื้อรองเท้าบ่อย + ทำมาดีเกิน 555 เผื่อใครเป็นแบบเราคือซื้อรองเท้าดีๆ แล้วก็อยากใช้ไปให้นานจนกว่าโลกนี้จะพังภินท์กันไปข้างหนึ่ง กทม - Mister Mini, Emporium B3/F (ต่อ)
145 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
QueerAF @wearequeeraf.com · 18/07/2026
ICYMI: New education guidance will see schools ban Trans+ kids from most single-sex toilets, sports and events like school trips
wearequeeraf.com
English schools to segregate Trans+ kids from toilets – including those who've already transitioned – from September
New ‘Keeping Children Safe In Education 2026’ (KCISE) guidance sets out in detail the limits now placed on schools on supporting Trans+ children
44324 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
Glass Rabbit @glass-rabbit.bsky.social · 16/07/2026
Watashi wa Kabe ni Naritai (I want to be a Wall) ผมพบของดีมากๆ มา มังงะที่สาววาย axesual กับเกย์แต่งงานกันเพื่อเลี่ยงคำถามที่บ้าน มันไม่ใช่ทรงตลกเลี่ยงคนอื่นจับได้แบบ NigeHaji แต่มันพาเราไปสำรวจความหลากหลายของความสัมพันธ์ และความหมายที่ต่างกันของความรัก ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องโรแมนติกแต่เรารู้สึกว่ามันอบอุ่นมากเลย
03042 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
shh @3r4h5-j.bsky.social · 16/07/2026
เครียดมาก ขนาดนอนยังกุมขมับ
22419 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
Cat’s box @catsbox2.bsky.social · 17/07/2026
เอาจริงนะ พวกที่บอกว่า data center ในกทม.เป็นแค่ microscale ไม่เห็นต้องตื่นตระหนก คือ seriously bro ? นี่มันประเทศที่ขนาดตึกถล่ม ถนนยุบ เลือกตั้งมีบาร์โค้ด โกงสอบท้องถิ่นเป็นพัน ยังจับอะไรไม่ได้เลย แนวทางพื้นฐานคือต้องมีมาตรการรับมือออกมาก่อนอนุมัติ นี่รัฐยังไม่มีอะไรให้ มีแต่ผลงานชุ่ยๆที่ผ่านมา ให้เชื่อใจอะไร คุนพี่ซื่อหรือโง่อะ
02366 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
หลิน 🐈‍⬛ @linnyxtzan.bsky.social · 17/07/2026
นอกจากจะไม่แก้ปัญหาสารหนูในแม่น้ำ โรงงานเอาขยะมาทิ้งเป็นกองภูเขาในพื้นที่ใกล้ชุมชน ยังอนุญาตให้ตั้ง Data Center ด้วย? โอ้โห คนไทยชาติที่แล้วทำกรรมอะไรกันไว้วะ 555555555555
01555 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
Heartovia | 🌻🌼🌻🌼 @heartovia.bsky.social · 17/07/2026
บก.นั่งกดดันอยู่หลังโต๊ะผม รอแป๊บนะครับ😭
02124 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
a complainer「文文 a-bûn」 @manaoce.bsky.social · 17/07/2026
อยากไปทำงานด้านสิ่งแวดล้อมจริงจัง อยากรู้ว่าถ้าเราจะแก้ไขเรื่องนี้ (ปัญหาการเมืองเรื่องขยะ ทรัพยากร มลภาวะ ฯลฯ) เราต้องทำยังไงบ้าง 😭
0159 0
Reposted by kit°🏳️‍🌈🏳️‍⚧️(they/them)
Teeger Apparel 🏳️‍⚧️ @teegerapparel.com · 14/07/2026
Happy International Non-binary People's Day from Queershrooms' Stories & Witch of Myceland! Whether which of categories of non-binary that you are, your identities are always valid like our mushrooms. #QueershroomsStories #WitchOfMyceland
011 0