dlvr.it
ประกาศขับ 'กล้าธรรม' พ้นวิปฝ่ายค้าน หลังโหวตสวนมติ หนุนงบฯ 2570
ประกาศขับ 'กล้าธรรม' พ้นวิปฝ่ายค้าน หลังโหวตสวนมติ หนุนงบฯ 2570
Pazzle
Tue, 2026-09-22 - 13:18
พริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานวิปฝ่ายค้าน ประกาศปรับ "พรรคกล้าธรรม" ออกจากการทำหน้าที่วิปฝ่ายค้าน หลังเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมโหวตสวนมติให้ความเห็นชอบ พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ซึ่งขัดกับมติวิปฝ่ายค้านในวาระสำคัญ โดยพริษฐ์ระบุ วิปฝ่ายค้านชุดใหม่จะประกอบด้วย 5 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคประชาชน, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคไทยภักดี, พรรคเสรีรวมไทย และพรรคไทรวมพลัง ขณะที่อรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม ระบุ พรรคกล้าธรรมทำงานโดยคำนึงถึงประชาชน หากกฎหมายงบประมาณเกิดปัญหาจนไม่สามารถบังคับใช้ได้ตามกรอบเวลาจะกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินและการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชน สส. ของพรรคกล้าธรรมยังคงทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน ไม่ว่าจะจะอยู่ฝ่ายใดก็ตาม
22 ก.ย. 2569 พริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานวิปฝ่ายค้าน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กประกาศปรับ "พรรคกล้าธรรม" ออกจากการทำหน้าที่วิปฝ่ายค้าน หลังเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมโหวตสวนมติของวิปฝ่ายค้าน พริษฐ์ระบุ ในการเมืองระบบรัฐสภา เป็นที่เข้าใจดีว่าการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกฝ่ายค้าน ย่อมมีมาตรฐานและรูปแบบที่แตกต่าง กับการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกรัฐบาล เพราะในขณะที่พรรคในซีกรัฐบาล ตกลงจับมือกันเพื่อตั้งรัฐบาล, พรรคในซีกฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วยพรรคการเมืองที่ (ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด) ตัดสินใจไม่ร่วมรัฐบาล หรือไม่ถูกเชิญเข้าร่วมรัฐบาล
ด้วยเหตุผลดังกล่าว การทำงานร่วมกันในวิปฝ่ายค้านที่ผ่านมา จึงเป็นการทำงานบนความเข้าใจและการเคารพซึ่งกันและกัน ว่าพรรคในซีกฝ่ายค้าน อาจมีจุดยืน อุดมการณ์ หรือแนวคิดทางนโยบาย ที่แตกต่างกันได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ตนเองยืนยันว่าพรรคในซีกฝ่ายค้านควรมีร่วมกัน คือจุดร่วมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลไม่ให้ทำงานผิดทิศผิดทาง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน
เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรม ได้มีมติให้ สส. จากพรรค ลงมติเห็นชอบ กับ พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่:
- (1) ขัดกับมติวิปฝ่ายค้านในวาระสำคัญดังกล่าว (มติวิปฝ่ายค้าน คือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ งดออกเสียง“ ตามมติของแต่ละพรรค)
- (2) ก่อให้เกิดคำถามถึงสถานะและเจตนารมณ์ของพรรคกล้าธรรมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลปัจจุบัน ยิ่งเมื่อประกอบกับความไม่ชัดเจนของพรรคต่อการยื่นญัตติและลงมติในวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ตนได้หารือกับตัวแทนจากพรรคกล้าธรรมหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว และได้ตกลงร่วมกันในการปรับพรรคกล้าธรรม ออกจากองค์ประกอบของคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ทั้งนี้ เพื่อให้กลไกของรัฐสภาที่ถูกออกแบบไว้สำหรับฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล ถูกใช้โดยพรรคการเมืองที่มีเจตจำนงในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่พรรคกล้าธรรมมี สส. ที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนถึง 58 คน พริษฐ์จะยังคงทำหน้าที่ประสานงานกับตัวแทนของพรรคกล้าธรรมต่อไป เพื่อคุ้มครองสิทธิอันชอบธรรมของ สส. พรรคกล้าธรรม ในการมีพื้นที่ทำงานในสภาในฐานะผู้แทนราษฎร ผ่านกลไกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน (เช่น เวลาในการอภิปรายวาระทั่วไป / โควต้าการปรึกษาหารือปัญหาในพื้นที่)
พริษฐ์ระบุ จะนำเสนอรายชื่อกรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ ต่อผู้นำฝ่ายค้านฯ เพื่อพิจารณาเสนอต่อประธานสภาตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งจะมีผลให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วย 5 พรรค คือ
1. พรรคประชาชน
2. พรรคประชาธิปัตย์
3. พรรคไทยภักดี
4. พรรคเสรีรวมไทย
5. พรรคไทรวมพลัง (ซึ่งเพิ่มเข้ามาในสมัยประชุมนี้ หลังจากพรรคเริ่มมีการลงมติในทิศทางเดียวกันกับฝ่ายค้านในวาระสำคัญ (เช่น พ.ร.ก. เงินกู้ / พ.ร.บ. งบประมาณ 2570))
โดยสำหรับวาระเฉพาะหน้า พวกเรา 5 พรรค มีภารกิจสำคัญร่วมกัน ในการยื่นญัตติเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล โดยเร็วที่สุด
เดอะสแตนดาร์ด ขณะที่ อรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา โฆษกพรรคกล้าธรรม ระบุ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมาชิกพรรคกล้าธรรม ได้ทำงานร่วมกับวิปฝ่ายค้านอย่างตรงไปตรงมา แม้จะมีบางเรื่องที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่ก็ให้ความร่วมมือกับการทำงานของฝ่ายค้านมาโดยตลอด ซึ่งจุดยืนของพรรคกล้าธรรมคือ การทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนผ่านกระบวนการรัฐสภา โดยพรรคมีความเป็นตัวของตัวเอง และการลงมติในแต่ละครั้งจะพิจารณาจากเนื้อหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ
ส่วนการลงมติรับร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 อรรถกรชี้แจงว่า สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าพรรคกล้าธรรมจะโหวตอย่างไร แต่ต้องมองต่อไปว่า หากกฎหมายงบประมาณเกิดปัญหาจนไม่สามารถบังคับใช้ได้ตามกรอบเวลา ย่อมกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินและการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังมีปัญหาและประชาชนกำลังต้องการให้ภาครัฐเดินหน้าแก้ไขปัญหา
ภายหลังการลงมติงบประมาณที่ผ่านมา ประธานวิปฝ่ายค้านได้มาพูดคุยและแสดงความไม่สบายใจ จึงได้หารือกันถึงการทำงานของฝ่ายค้านและสัดส่วนโควตาการตั้งกระทู้ถามสด ซึ่งพรรคกล้าธรรมพร้อมที่จะไม่ใช้สิทธิในการถามกระทู้สด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการจัดสรรเวลาหรือการทำงานร่วมกัน
ส่วนสถานะของพรรคกล้าธรรมภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว อรรถกรมองว่า พรรคมีจุดยืนและแนวทางการทำงานของตัวเอง โดยที่ผ่านมา สมาชิกพรรคก็เข้าร่วมประชุมวิปฝ่ายค้านและให้ความร่วมมือกับการทำงานของฝ่ายค้านอย่างต่อเนื่อง แต่การตัดสินใจของพรรคกล้าธรรมอยู่บนพื้นฐานของการพิจารณาผลกระทบต่อประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่เพียงการคำนวณทางการเมืองว่าพรรคจะอยู่ฝ่ายใด
”สส.ของพรรคกล้าธรรม ยังคงทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะจะอยู่ฝ่ายใดก็ตาม เรายังคงผลักดันการแก้ไขปัญหาประชาชนผ่านกลไกรัฐสภาต่อไป“ อรรถกร กล่าวทิ้งท้าย
* ข่าว
* การเมือง
* เศรษฐกิจ
* พริษฐ์ วัชรสินธุ
* อรรถกร ศิริลัทธยากร
* พรรคกล้าธรรม
* พ.ร.บ. งบประมาณ
* วิปฝ่ายค้าน