Sign in

valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

@outcaste.bsky.social
46 followers 115 following 384 posts

twitter immigrant | communicate with broken english | currently studying in fr for ว้อดส์

PostsRepliesMedia
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 30/09/2026
growth mindset โกรธ มายเซ็ท
011
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 23/09/2026
ขนมจีนน้ำยา ขนมจีนน้ายาม
000
Reposted by valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
ribbeads [เลื่อน!!]เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @ribbeads.bsky.social · 23/09/2026
ผมหลอก ทุกคนอย่าลืมกระจายข่าวเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 👏👏เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม อาทิตย์ที่ 27 กันยา เช็คสถานที่: sbe2.sso.go.th/lookup/?fbcl...
sbe2.sso.go.th
ตรวจสอบสถานที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง คณะกรรมการประกันสังคม 2569
ตรวจสอบสิทธิและสถานที่ใช้สิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม 2569 สำหรับผู้ประกันตนและนายจ้าง กรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือเลขทะเบียนนายจ้าง 10 หลัก พร้อมแผนที่นำทางไปยังหน่วยเลือกตั้ง
0628
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 22/09/2026
วันนี้แล้วนะคะะะ กับโปรแกรมหนัง #MovingToMoveOn สำหรับ #ชาวพะเยา หรือบุคคลบ้านใกล้ท่านใดที่สนใจสามารถกดจองหรือ walk-in ได้เลยนะคะ at #PYESpace Booking: forms.gle/f7GiQZ6KT6CM... More Details: FB Page - PYE Space #ภพนภามีฉายหนัง #docclubandfriends #MicroCinemaTrainingLab2026
000
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 20/09/2026
เข้าใจด้อมน้องเนยทุกอย่าง 😭 #ด้อมพี่โก๋
รักพี่โก๋
002
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 17/09/2026
ชวน #ชาวพะเยา ดูหนัง Program #MovingToMoveOn ในวัน Tue 22/9 15:30 เป็นต้นไป ที่ #PYESpace เผื่อใครสนใจ มีฉาย - Moving (1993) หนังคลาสสิค ญป - Friday Saturday Sunday (2022) หนังสั้นผกกไทย comfort pills (ตึงๆ) 10 ที่แรก มีของแจก ค่ะ details in thread #ภพนภามีฉายหนัง #ภพนภามีหนัง #MicroCinema2026 #MicroCinemaTraingLab2026
https://www.facebook.com/share/p/1Hm4DXugA2https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSf3jdxCxTwPYIWoahS-UXQp5DzADFvm7DscNXiMhzWVOd8Eiw/viewform?pli=1
138
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 14/09/2026
พายัพ พังยับ
000
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 14/09/2026
#ภพนภามีแมว สาขาสนามบาส
112
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 14/09/2026
ยากเย็น ยากเยิน
007
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 10/09/2026
p.229 #สั่งฟ้องสว
015
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 10/09/2026
ฯพณฯ ท่าน พ่ะน่ะ ท่าน
100
Reposted by valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
Ferret uni&side hustle🐎💨 @dustywhoo.bsky.social · 09/09/2026
คนละทึ่ง
025
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 08/09/2026
คนละครึ่ง คนทะลึ่ง
014
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 08/09/2026
programmer โปรแกรมเมอร์ programour โปรแกรมมั่ว
101
Reposted by valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
ประชาไท Prachatai.com @prachatai.com · 08/09/2026
dlvr.it
ภาพรวมคดีฮั้ว สว. เกือบ ‘รู้หมู่รู้จ่า’ ยุครัฐบาลเพื่อไทย ลุ้นเฟสใหม่ ไอติม-ไอลอว์ ตามจี้
ภาพรวมคดีฮั้ว สว. เกือบ ‘รู้หมู่รู้จ่า’ ยุครัฐบาลเพื่อไทย ลุ้นเฟสใหม่ ไอติม-ไอลอว์ ตามจี้ See Think Tue, 2026-09-08 - 19:28 * ดีเอสไอยุคเพื่อไทย สอบสวน 7,000 พยาน-ตรวจสอบบัญชี * ‘ส้มหล่น’ อนุทินเป็นนายกฯ พยานกลับคำให้การ ดีเอสไอส่งฟ้องแค่ 8 คน  * ภูมิธรรม - ทวี สอดส่อง โดนคดี  * เฟส 2 เปิดโดย ‘ยิ่งชีพ ไอลอว์’+‘ไอติม พริษฐ์’ ทยอยเปิดหลักฐาน * 14 ก.ย. ลุ้น กกต.จะสั่งฟ้องผู้ต้องหา 229 คน หรือไม่ แค่ไหน ย้อนเส้นทางคดีโกงเลือก สว. จากยุคเพื่อไทย-ภูมิใจไทย คดีโกงการเลือกตั้ง สว.ตั้งต้นในสมัยรัฐบาลเพื่อไทย นำโดยแพทองธาร ชินวัตร และเป็นชนวนให้ภูมิใจไทยออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แม้ในฉากหน้าจะยกเรื่อง ‘คลิปอังเคิล’ ก็ตาม ก่อนหน้านั้นไม่นานดีเอสไอรับคดี สว.เป็นคดีพิเศษ ท่ามกลางการถกเถียงกันมากกว่า นี่เป็นอำนาจ กกต.เท่านั้นหรือไม่ ท้ายที่สุดบอร์ดดีเอสไอมีมติ 11:4 รับเป็นคดีพิเศษ ในความผิดฐานฟอกเงิน โดยไม่ยุ่งข้อหาอั้งยี่-ซ่องโจร   มีนาคม 2568 พล.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรมขณะนั้น เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ดีเอสไอมีพยานประมาณ 7,000 คน โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ที่เข้าไปในพื้นที่การเลือก สว.ระดับประเทศ ที่เมืองทองธานีถึง 3,000 คน สอดคล้องรายงานของสำนักข่าวอิศรา ที่ระบุว่ามีพยาน 7,000 คนเหล่านี้มีทั้งคนที่เป็น สว.ปัจจุบัน และ สว.สำรอง ดีเอสไอสั่งแจ้งธุรกรรมทุกบัญชีในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนทั้งรายการรับ-จ่าย ตั้งแต่ 2,500 บาทขึ้นไป ค่าสมัคร สว.-ค่าถ่ายรูป-ค่าเดินทาง   จากนั้นปรากฏข่าว กุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีตผู้สมัคร สว.เข้าร้องเรียนต่อดีเอสไอให้ช่วยคุ้มครอง หลังถูกข่มขู่ไม่ให้เข้าร่วมเป็นพยานในคดีฮั้วเลือก สว.โดยระบุว่า เกิดการข่มขู่พยานหลายคนให้ไปแจ้งความว่าดีเอสไอมีการบังคับพยานให้ซัดทอดบางพรรคการเมือง การข่มขู่ทำผ่านเครือข่ายนาย.อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  จากนั้นไม่นาน รัฐบาลอนุทิน1 ถือกำเนิดอย่าง ‘ส้มหล่น’ ในเดือนกันยายน 2568  ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน มีพยานรายหนึ่งจาก จ.ขอนแก่น ได้ยื่นหนังสือถึงดีเอสไอโดย ‘ขอกลับคำให้การ’ ที่เคยให้กับดีเอสไอ ยืนยันว่าไม่มีโพยฮั้ว สว. ตามที่เคยให้การไว้ ขณะนั้นตนเองถูกบังคับข่มขู่ให้ให้การเท็จเพื่อให้ร้ายต่อพรรคภูมิใจไทย ด้านกลุ่ม สว.สำรองที่ออกมาเปิดโปงเรื่องการฮั้วระบุว่า การที่พยานกลับคำให้การกันรัวๆ ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายเมื่อเปลี่ยนรัฐบาลเป็นสีน้ำเงิน เดือน ธ.ค. 2568 ผู้ต้องหาที่ดีเอสไอส่งฟ้องต่ออัยการพิเศษข้อหาฟอกเงินเหลืออยู่เพียง 8 คน จากเดิมที่อนุกรรมการชุดที่ 26 ของ กกต.เองจะเคยมีความเห็นสั่งฟ้องทั้งหมด 229 คน ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ดีเอสไอในยุครัฐบาลแพทองธารไม่ได้ทำงานจนสุดทาง แน่นอนเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล ทิศทางก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มีการไล่เช็คบิลอดีตรัฐมนตรี 2 คน คือ ภูมิธรรม เวชยชัย ที่เคยนั่งรองนายกฯ ในฐานะประธานบอร์ดดีเอสไอ  และ ทวี สอดส่อง ที่เคยคุมกระทรวงยุติธรรม และเป็นรองประธานบอร์ดดีเอสไอ โดยกลุ่ม สว.เสียงข้างมาก (ซึ่งตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้วเลือก สว.) ยื่นศาลรัฐธรรมนูญว่าทั้งสองใช้อำนาจในการแทรกแซงดีเอสไอเพื่อทำคดีฮั้วเลือก สว. เข้าข่ายไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ต่อมา 21 ม.ค. 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6:2 วินิจฉัยว่า ภูมิธรรมและทวี ไม่พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี โดยชี้ว่าทั้งสองไม่มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ทั้งนี้ การวินิจฉัยของศาล รธน.เกิดขึ้นในขณะที่ทั้งสองได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้วจากการเปลี่ยนรัฐบาล แต่คดียังไม่จบเพราะ สว.ร้องไปยัง ป.ป.ช.อีกทางหนึ่งด้วยให้ตรวจสอบ ภูมิธรรม-บอร์ดดีเอสไอ รวม 11 คน ในความผิดมาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพราะการรับคดีฮั้วสว.เป็นการแทรกแซงอำนาจวุฒิสภาอย่างร้ายแรง ขณะที่ทวี และพ.ต.ต. ยุทธนา เจอข้อหาไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ปัจจุบันคดียังอยู่ในมือ ป.ป.ช. ถึงที่สุดที่มาของคำว่า ‘สว.สีน้ำเงิน’ ที่พูดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ไม่ได้เป็นแค่ความรู้สึก มีการรายงานความผิดปกติต่างๆ ในกระบวนการมากมาย ตามข้อมูลจากไอลอว์ ระบุถึงปรากฎการณ์ผิดปกติหลายอย่าง เช่น สว. หลายคนได้คะแนนมากเป็นพิเศษจนล้นกระดาน, ในวันเลือกสว.ระดับประเทศพบผู้สมัครใส่เสื้อสีเหลืองเดินทางด้วยรถตู้พร้อมคนขับป้ายทะเบียนบุรีรัมย์  ผลลัพธ์ของการเลือกไขว้ปรากฏว่าจังหวัดฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทยล้วนเป็นจังหวัดที่มี สว.หลายคน เช่น จังหวัดบุรีรัมย์ ได้สว.ถึง 14 คน จังหวัดเล็กจิ๋วอย่างอ่างทองได้ สว. 6 คน สตูลได้ สว. 6 คน, อยุธยาได้สว.7 คน เป็นต้น กลางเดือน ก.ค. 2569 วิปฝ่ายค้านนำ ‘พยาน’ ซึ่งเป็นพยานบุคคลในคดีโกงเลือก สว. ที่เป็นผู้สมัคร สว. 4 คน มาเปิดหน้าแฉกระบวนการโกง สว. เป็นครั้งแรก  หลังจากนั้นราวหนึ่งสัปดาห์ ยิ่งชีพ  อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ ยื่นข้อมูลให้ฝ่ายค้านตรวจสอบกรณีฮั้วเลือก สว. ที่เชื่อมโยงนักการเมืองใหญ่ของภูมิใจไทยถึง 9 คน พร้อมระบุพฤติการณ์อย่างชัดเจนว่าแต่ละคนเกี่ยวกันอย่างไรจากปากคำของพยานบุคคล แม้หลายส่วนจะไม่ได้ ‘ใหม่’ เป็นการรวบรวมสิ่งที่กระจัดกระจายให้เห็น ‘โครงหลัก’ ว่าขบวนการนั้นทำงานมโหฬารและมีประสิทธิภาพอย่างไร และเป็นครั้งแรกที่มีการระบุชื่อบุคคลหลายคนและสรุปพฤติการณ์อย่างชัดเจน การเปิดประเด็นและยื่นหนังสือของไอลอว์ กลายเป็นไฟลามทุ่ง ทุกสื่อเชิญเขาไปออกรายการ สังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทำให้ไอลอว์เดินหน้าต่อในการค่อยๆ เปิดข้อมูลอีกหลายระลอกร่วมกับฝ่ายค้าน เพื่อเป้าหมายปลายทางคือ ขอให้ กกต.สั่งฟ้องไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อให้ไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์กันที่นั่น อย่างงุบงิบปัดตกเองในชั้น กกต.- องค์กรอิสระที่มีข้อครหามากที่สุดองค์กรหนึ่ง ถึงความชอบธรรมของที่มาและการดำนินงาน จากนั้น กกต.ประกาศเลื่อนลงมติชี้ชะตาคดี "ฮั้ว สว." ไปเป็นวันที่ 14 ก.ย. โดยขอเวลาพิจารณาหลักฐานเพิ่มเติม ท่ามกลางข้อกังขาจากหลายฝ่ายว่าเป็นแค่เกมยื้อเวลาออกไปหรือไม่ เพราะเดิมมีการคาดว่าเป็นวันจันทร์ที่ 31 ส.ค.  ส่วนฝ่ายค้านวางจังหวะทิ้งทวนชุดใหญ่ไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งเวทีที่ต้องย้ายมาจัดที่รัฐสภาแทนโรงแรมพูลแมน, เวทีเรื่องวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระที่มีการเชิญ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กมธ.ยกร่าง รธน. และ วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. มาร่วมชำแหละ  27 ส.ค. 2569 กกต. มีมติให้ดำเนินคดีอาญาผู้สมัคร สว. ที่ไม่มีสิทธิสมัคร 1,767 ราย การจัดการ ‘มดตัวเล็กๆ’ ครั้งนี้ของ กกต.ในด้านหนึ่งก็ถูกมองว่าทำไปเพื่อพยายามลดกระแสสังคม  ความเคลื่อนไหวที่แวดล้อมคดีโกง สว. ยังเกิดขึ้นอีกหลายอย่าง เช่น  อย่างแรก 3 ก.ย. สะพัดข่าวลือ ‘สลับขั้ว 2 อธิบดี’ เปลี่ยนตัวอธิบดีกรมคุมประพฤติ  ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล ให้มาคุมดีเอสไอแทน พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ หัวหน้าพนักงานสอบสวนดีเอสไอ คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างมาก เพราะ ร.ต.อ. ปิยะ นั่งอยู่ในคณะอนุวินิจฉัยฯ คณะที่ 36 ของ กกต.และเป็น 1 ใน 5 เสียงข้างมากที่ลงมติ “ยกฟ้อง” ผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว สว.ทั้งหมด 229 คน ในมุมของ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.ปชน.เห็นว่า ถ้าข่าวลือนี้จริง อาจเป็นความพยายามโยกย้ายข้าราชการเพื่อให้เป็นคุณต่อฝ่ายตัวเอง อย่างที่สอง คือ ความเคลื่อนไหวของ กมธ.ตำรวจ ที่มี สส.พรรคภูมิใจไทยเป็นประธาน ได้เรียก "พริษฐ์" และ "ยิ่งชีพ" เข้าชี้แจงกรณีการเผยแพร่รายงานการสอบสวนคดี ฮั้ว สว. หลังดีเอสไอเข้าแจ้งความกองปราบฯ ไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน ด้านประธาน กมธ. ยืนยันว่าเป็นการทำตามหน้าที่ ไม่ได้เป็นเกมการเมืองสกัดฝ่ายค้าน  อย่างที่สาม คือ กระทู้ในสภา สส.ชายแดนใต้ พรรคภูมิใจไทยเสนอเลื่อนญัตติด่วนเรื่องไฟใต้ขึ้นมาคุยก่อน ด้านฝ่ายค้านมองว่าฝั่งรัฐบาลเอาเรื่องไฟใต้มาปาดหน้า แทนที่จะได้คุยเรื่อง “รายงานของ กกต.” ตามวาระเดิมที่วางไว้ เพราะสาระสำคัญของรายงานชุดนี้คือการทำงานของ กกต.ในปี 2567 ซึ่งคาบเกี่ยวกับ คดีโกง สว. ทำให้ไม่ได้อภิปรายกันในเรื่อง กกต. ผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้ว สว.มีใครบ้าง 229 คน สว.-นักการเมือง โยงใยหลายระดับภูมิใจไทย ผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้วสว. ทั้ง 229 คนตามมติของคณะกรรมการไต่สวนฯ ชุดที่ 26  ซึ่งส่งให้ กกต.เมื่อ 17 ก.ค.2568 (ช่วงภูมิธรรม เวชชยชัย เป็นรักษาการนายกฯ) แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่ม สว.-ผู้สมัคร * สว. ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ตอนนี้ 138 คน * สว. สำรองและผู้สมัคร 50 คน นักการเมือง-เครือข่าย * รัฐมนตรี สส. และคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย 21 คน รวมถึงอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี * บุคคลอื่นๆ อีก 20 คน ซึ่งรวมถึงเครือญาติของรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย อดีตสส. ผู้สมัครสส. หรือผู้ช่วยสส. พรรคภูมิใจไทย นักการเมืองท้องถิ่น และบุคคลอื่นๆ ที่ถูกกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้วสว. เช่น ถูกกล่าวหาว่าโอนเงินให้ผู้สมัคร สว. หรือมีพฤติกรรมร่วมกับผู้ถูกกล่าวหารายอื่น รายชื่อบุคคลสำคัญในกลุ่มนี้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างชัดเจนและเป็นระบบช่วงปลายเดือน ก.ค. 2569 เมื่อไอลอว์ยื่นข้อมูลให้ฝ่ายค้านตรวจสอบนักการเมือง 9 ราย ว่ามีส่วนร่วมในขบวนการโกงเลือก สว.หรือไม่ คนกลุ่มนี้ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี, 5 รัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้, สส. และอดีตนักการเมือง โดยไอลอว์ระบุพฤติการณ์การมีส่วนร่วมในรูปแบบที่แตกต่างกัน ไล่ตั้งแต่ “รู้เห็น” “มีส่วนร่วมทุจริต” จนถึงขั้น “เป็นหัวหน้าขบวนการ” บรรดา สว.ตัวจริงที่ถูกกล่าวหานั้นกระจายตัวอยู่ในพื้นที่หลายสิบจังหวัด แต่จำนวนมากที่สุดมาจากจังหวัดบุรีรัมย์ (14 ราย) รองลงมาคือสุรินทร์ (7 ราย) พระนครศรีอยุธยา (7 ราย) สตูล (6 ราย) และอ่างทอง (6 ราย) ในจังหวัดบุรีรัมย์ไม่ได้มีแค่ผู้สมัครที่ถูกกล่าวหา แต่ยังมีสส.เขต และนักการเมืองจากตระกูลบ้านใหญ่ประจำจังหวัดอย่างเนวินและไชยชนก ชิดชอบ ที่ถูกกล่าวหาอีกด้วย ส่วนนักการเมืองอื่นๆ ที่อยู่ในลิสต์นอกจากกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยแล้วยังมีสมาชิกตระกูลบ้านใหญ่สีน้ำเงินจังหวัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ปริศนานันทกุล จากอ่างทอง และ ไทยเศรษฐ์ จากอุทัยธานี นอกจากนี้ยังมีสส.เขตจากจังหวัดต่างๆ คือศรีสะเกษ พระนครศรีอยุธยา พิจิตร สตูล เลย บุรีรัมย์ กระบี่ สุราษฏร์ธานี อุบลราชธานี สุโขทัย และอำนาจเจริญ ซึ่งมีข้อมูลว่าพัวพันไปถึงเครือข่ายการเมืองท้องถิ่น พริษฐ์เคยเล่าในงานเสวนาของวิปฝ่ายค้านว่ามีพยานหลายคนระบุว่ามีการวางแผนแบ่งทีมยึดวุฒิสภาโดยเน้นไปที่จังหวัดขนาดเล็กมีจำนวนอำเภอน้อย เนื่องจากจำนวนผู้สมัครที่ต้องใช้เพื่อการันตีว่าจะมีตัวแทนเข้าถึงระดับประเทศจะน้อยกว่า และถ้าดูจากผลคะแนนที่ออกมาจะพบว่ามีการกระจุกตัวของ สว.ตามจังหวัดขนาดเล็ก เช่นอ่างทอง สมุทรสงคราม สตูล อุทัยธานี สิงห์บุรี และอำนาจเจริญ โดยมีสัดส่วนสว.เกินขนาดประชากร หลักฐานสำคัญมีอะไรบ้าง ปล่อย “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” สั่งไม่ฟ้องไหวหรือ ? 📍เส้นเงิน เส้นเงินเป็น ‘จุดตาย’ ที่สำคัญที่สุดในการพิสูจน์ความผิดว่าการฮั้วดังกล่าว มีความเป็นขบวนการและมีการให้ผลประโยชน์กัน  หลักฐานสำคัญคือการที่ไอลอว์เปิดเปิดความเห็นของรองเลขาฯ กกต. ซึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 (ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเป็นรัฐบาลอนุทิน1 พอดี) พบว่า มีการจ่ายเงินให้ผู้สมัคร สว.ในหลายพื้นที่เพื่อให้เลือกผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง  อันที่จริงแล้วมีหลายคน หลายจังหวัด แต่จะยกตัวอย่างที่ชัดเจน 3 แห่ง ได้แก่  * สุราษฎร์ธานี  ไอลอว์เปิดเผยหลักฐานที่ระบุว่าเป็น “เส้นเงิน” ของ สุบิน ศักดา ซึ่งเป็นผู้ช่วยของ สส. ภูมิใจไทยในพื้นที่ โอนเงินให้ผู้สมัครสว. 10 คนในช่วงวันเลือกสว.ระดับจังหวัด  พบภาพสุบินสวมเสื้อแจ็คเก็ตมีโลโก้พรรคภูมิใจไทย และมีข้อความที่ปักลงในเสื้อดังกล่าวด้วยข้อความว่า “สุบิน ศักดา ผู้ช่วย สส.พิชัย ชมภูพล เขต 6 สุราษฎร์ธานี” ในบัญชีติ๊กตอกที่ใช้ชื่อว่า @subinsakda  หนึ่งในคนที่ได้รับเงินโอนจากสุบิน คือ ณัฐพงษ์ สาโรจน์ ผู้สมัครสว. กลุ่ม 17 จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขาซึ่งเป็นพยานให้กับดีเอสไอได้เปิดหน้าเล่าว่ามีผู้ช่วยสส. โทรศัพท์มาเสนอเงินให้เขา โดยคนที่โทรมาพูดว่า “ช่วยนายหัวหน่อยได้ไหม” ซึ่งตัวเขาเข้าใจว่านายหัวที่ถูกพาดพิงหมายถึงสส.  เงินที่ณัฐพงษ์ได้รับ คือ 3,000 บาทในการเลือกระดับอำเภอ ซึ่งเขาตัดสินใจรับเงินเพื่อให้ความผิดสำเร็จ และมีการเสนอเงินอีก 2,000 บาทในการเลือกระดับจังหวัด แต่เขาไม่ได้ผ่านเข้ารอบระดับประเทศ * หนองบัวลำภู  มีพยานให้การว่าสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ซึ่งต่อมาได้รับเลือกเป็นสว. ได้โอนเงินไปให้ภัณนิภา ผาสุข และต่อมาภัณนิภาได้โอนเงินรวมประมาณ 105,000 บาทไปให้ผู้สมัครสว. อย่างน้อย 7 ราย  และมีพยานให้การว่าถูกชักชวนให้ไปรวมตัวกันที่โรงแรมธาราแกรนด์ จังหวัดปทุมธานี โดยพยานได้พบกับสรชาติและภัณนิภา มีการเสนอเงิน 500,000 บาทต่อคน นอกจากนี้ยังมีการเตรียมห้องพักไว้ให้ และภัณนิภายังโอนเงินค่าเดินทางและแจกเสื้อแขนสั้นสีเหลือง ให้ใส่ นอกจากนี้ยังมีพยานที่ให้การว่าภัณนิภาส่งเอกสารเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยสว. ให้และสั่งให้โอนเงินเดือนคืน การตรวจสอบจากศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกระบวนการยุติธรรมพบว่าสรชาติและภัณนิภามีบุตรร่วมกัน สรชาติโอนเงินให้ภัณนิภาหลายครั้ง และภัณนิภาโอนเงินให้ผู้สมัครสว. เลขาธิการกกต. จึงเห็นว่าทั้งสองเป็นคนใกล้ชิดกระทำการร่วมกันหรือรู้เห็นเป็นใจด้วยกัน นอกจากนี้พริษฐ์ยังระบุว่าพบหลักฐานเป็นแชตไลน์เกี่ยวข้องกับเส้นเงินในกรณีที่จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งพบทั้งโพยและสลิปโอนเงิน มีการกล่าวอ้างถึงรายชื่อผู้สมัครใน “สายเรา” และมีการส่งพิกัดโรงแรมธาราแกรนด์ให้พยาน สอดคล้องกับหลักฐานจากพยานบุคคลอื่นที่บอกว่าโรงแรมดังกล่าวเป็นหนึ่งใน “ศูนย์ทำโพย” ที่มีผู้สมัครสว. ไปรวมตัวกัน สนั่นชัย ช่วยอุดมธนิกิจ ผู้สมัครกลุ่ม 17 เล่าในเวทีเสวนา “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. - เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว.” ของวิปฯ ฝ่ายค้านว่าเขาเป็นผู้ประสานงานในกลุ่มของสรชาติ โดยสรชาติแจ้งว่าจะจ่ายเงินค่าประสานงานให้สนั่นชัย 500,000 บาท ซึ่งสนั่นชัยประสานคนราว 20 คนมาโหวตให้สรชาติเป็นสว. แต่ปรากฎว่าไม่มีการจ่ายเงินตามที่ตกลงกันไว้ และเมื่อทวงถาม สรชาติก็แจ้งว่าเป็นเพราะการลงคะแนนไม่เป็นไปตามโพย จากนั้นจึงมีการแต่งตั้งให้สนั่นชัยเป็นผู้ช่วยสว.ของสรชาติเป็นเวลา 2 เดือน * นครพนม มีพยานให้ข้อมูลว่า สากล ภูลศิริกุล ซึ่งต่อมาได้รับเลือกเป็นสว. ติดต่อให้ไปร่วมประชุมที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยได้พบกับผู้สมัครสว. จังหวัดอื่นอีกกว่า 200 คน มีการจัดเลี้ยงอาหารเครื่องดื่ม โดยพยานบอกว่าได้พบกับ ศุภชัย โพธิ์สุ, สิทธิกร ธงยศ และสมหมาย ศรีจันทร์ ซึ่งต่อมาได้รับเลือกเป็นสว. โดยมีปริญญา ธรเสนา ซักซ้อมลงคะแนนและจัดการให้ผู้เข้าร่วมประชุมตีตารางกรอกหมายเลขผู้สมัคร ต่อมาศุภชัยพูดว่าถ้ามีใครในห้องไม่ได้รับเลือกเป็นสว. จะได้ผลัดกันเป็นผู้ช่วยสว. คนละ 2 ปี นอกจากนี้ยังมีพยานบอกว่าสิทธิกรกล่าวว่าถ้าใครไม่มีแต้มให้มาเอาเงินสดกับตน 300,000 บาท และมีพยานให้การว่าสิทธิกรโทรศัพท์มาพูดคุยเรื่องการจัดตั้งกลุ่มในการลงคะแนนและเสนอเงินให้ 100,000 บาท โดยจะมัดจำก่อน 50,000 บาท จะจ่ายค่าที่พักและตั๋วเครื่องบินให้ พร้อมเสนอตำแหน่งผู้ช่วยสว. 📍โพยใบสั่ง-ศูนย์ทำโพย เลือกเบอร์เดียวกัน เป๊ะยันลำดับ จากความเห็นของรองเลขาฯ กกต. มีพยานหลายคนให้ข้อมูลว่ามีการวางแผนประชุมตามโรงแรมต่างๆ เพื่อทำโพยสำหรับใช้เลือกสว. ในระดับประเทศ และโพยฮั้วที่ได้จากการไต่สวนก็มีเลขผู้สมัครของสว. 140 คนปรากฎอยู่ พยานบุคคลยืนยันสอดคล้องกับหลักฐานที่ปรากฏว่ามีการทำเป็นตารางและกรอกหมายเลขลงในหน้าสุดท้ายหรือหน้าใกล้เคียงหน้าสุดท้ายของเอกสารแนะนำตัวเพื่อให้นำไปใช้ลงคะแนน ผลการลงคะแนนปรากฏว่ามีการเขียนลำดับเลขประจำตัวผู้สมัครไปในทางเดียวกับโพยที่พบ ซึ่งจากการไต่สวนพยานที่เป็นนักคณิตศาสตร์และนักสถิติพบว่าการลงคะแนนเป็นกลุ่มรูปแบบเดียวกันมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากหรือไม่มีเลย จึงมองได้ว่าอาจมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส. สมุทรปราการเขต 1 พรรคประชาชน ระบุในงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 9 ส.ค. ว่าจากการรวบรวมภาพบัตรลงคะแนนในรอบเช้ามาถอดข้อมูล พบว่า * ในหลายกลุ่มอาชีพมีบัตรจำนวนมากที่ลงคะแนนให้ผู้สมัครหลายเลขเดียวกันถึง 10 คนและเรียงลำดับหมายเลขตรงกันทั้งหมด และ * เมื่อรวมบัตรที่เลือกผู้สมัครชุดเดียวกันแต่สลับลำดับหมายเลข ก็จะพบบัตรที่มีลักษณะสัมพันธ์กันประมาณ 18-23 ใบในหลายกลุ่ม และมีลักษณะการเรียงคะแนนคล้ายกัน คือผู้สมัครประมาณ 6 อันดับแรกอยู่ในระดับสูงใกล้เคียงกัน * ส่วนคะแนนของอันดับ 8 เป็นต้นไปจะลดลงอย่างชัดเจนในรอบบ่าย ซึ่งอาจสอดคล้องกับการวางเป้าหมายให้มีผู้ได้รับเลือกประมาณกลุ่มละ 6-7 คน ดิเรก พรสีมา ผู้สมัครสว. กลุ่ม 3 จากจังหวัดมหาสารคาม เล่าในเวทีเสวนา “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. - เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว.” ของวิปฯ ฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 12 ก.ค. ว่าระหว่างการนับคะแนนในวันเลือกระดับประเทศ เขาสังเกตว่ามีการกากบาทหมายเลขตามโพยซ้ำๆ จึงยกมือประท้วงต่อเจ้าหน้าที่ว่ามีการนำบัตรเก่ามานับคะแนนซ้ำหรือไม่ เพราะตัวเลขเหมือนกันหมด นอกจากนี้ยังมีผู้สมัครกว่า 20 คนในกลุ่ม 3 ที่ได้คะแนน 0 ศูนย์ทำโพย พริษฐ์ สส.ปชน.ระบุว่าช่วงวันที่ 24-25 มิ.ย. 2567 มีการรวมพลจากทั่วประเทศไปยัง “ศูนย์ทำโพย” อย่างน้อย 7 แห่งในหลายจังหวัดปริมณฑล สอดคล้องกับคำบอกเล่าของพยานหลายรายที่ให้การว่าได้รับการชักชวนไปร่วมประชุมวางแผนการเลือกสว. ตามโรงแรมต่างๆ โดยได้รับเงินและสิ่งของอื่นๆ  พยานหลายรายเล่าถึงพฤติกรรมการทำโพยไว้ในแนวทางเดียวกัน คือมีการให้ผู้สมัครเข้าไปในห้องประชุมของโรงแรม ยึดเครื่องมือสื่อสาร และมีผู้ดำเนินรายการทำหน้าที่บอกให้ตีตาราง 20 ช่องในเอกสารแนะนำตัว (สว.3) และให้จดหมายเลขที่ต้องเลือกด้วยมือ ซึ่งสถานที่ที่เป็นศูนย์ทำโพยเหล่านี้มีหลายที่ ตัวอย่างเช่น * โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา: มีการประชุมทำโพยฮั้วโดยได้รับแจกเสื้อสีเหลือง อาหารกล่อง และเงินสด 20,000 บาท  นักการเมืองที่ถูกกล่าวหาปรากฎตัว: ศุภชัย โพธิ์สุ (อดีตรองประธานสภา), สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ (สส. สุโขทัย), เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร (อดีต สส. อยุธยา) * โรงแรมธาราแกรนด์ จังหวัดปทุมธานี:  มีพยาน 2 รายที่เปิดหน้าเล่าในเวทีที่จัดโดยวิปฝ่ายค้าน ว่าถูกชักชวนให้ไปรวมตัวกันที่โรงแรมนี้ โดยมีการเสนอเงิน 500,000 บาทต่อคน นอกจากนี้ยังมีการเตรียมห้องพักไว้ให้ และต่อมามีการโอนเงินค่าเดินทางและแจกเสื้อแขนสั้นสีเหลือง นักการเมืองที่ถูกกล่าวหาปรากฎตัว: วาริน ชิณวงศ์ (นายก อบจ. นครศรีฯ), วงศกร ชนะกิจ (อดีตผู้สมัคร สส. ภูเก็ต), สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ (พ่อของ รมช. มหาดไทย)  📍ประวัติการโทรศัพท์ * ในวันเลือกระดับประเทศมีผู้สมัครสว. จากจังหวัดอ่างทองหลายรายโทรหา ภราดร-กรวีร์ พี่น้องตระกูลปริศนานันทกุล ในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน ซึ่งยังนับคะแนนไม่เสร็จ โดยโลเกชันของผู้โทรและกรวีณ์อยู่ที่บริเวณเมืองทองธานี   ไอลอว์เปิดเผยเรื่องนี้โดยอ้างอิงจากเอกสารสำนวนคดี ทั้งนี้ ตามกฎหมายแล้วผู้สมัครสว. ต้องเก็บเครื่องมือสื่อสารตลอดการเลือกหากฝ่าฝืนจะมีโทษทางอาญา  * ต่อมา ภราดร ซึ่งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือส่งถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้ตรวจสอบที่มาของข้อมูลประวัติการโทรศัพท์ไอลอว์นำมาเปิด ส่วน กรวีร์ ออกมายืนยันว่าในวันนั้นตนเองอยู่อ่างทอง ไม่ใช่เมืองทองอย่างที่ถูกกล่าวหา * พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้ข่าวว่าเอกสารที่ไอลอว์นำมาเปิดเผยก่อนหน้านี้เป็นเอกสารจริงของกองคดีการเงินและการฟอกเงินภายใต้ดีเอสไอ และได้มีการตั้งคณะกรรมการว่าตรวจสอบแล้วว่าเอกสารหลุดไปได้อย่างไร ด้านดีเอสไอเองก็มอบหมายให้ผู้แทนกองกฎหมายเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามกรณีเอกสารหลุดด้วย * พนิดา สส.ปชน.เปิดเผยว่า ในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ย. 2567 พบประวัติการโทรศัพท์ระหว่างสว. อลงกต วรกี อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี กับเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยจำนวน 31 ครั้ง และติดต่อกับชาดา ไทยเศรษฐ์ สส. พรรคภูมิใจไทยอีก 3 ครั้ง * พนิดาย้ำว่าไม่ได้สรุปว่าการโทรศัพท์ว่ามีการเลือกสว. เป็นเรื่องผิด แต่อยากให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างคนที่ได้รับเลือกเป็นสว. กับรัฐมนตรี โดยจากการค้นข้อมูลพบว่าอดีตผู้ช่วยของอลงกตคนหนึ่งมีความสนิทสนมกับอดีตสมาชิกคณะทำงานของเจเศรษฐ์ 2 คน * พริษฐ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เปิดเผยว่า พบสัญญาณการโทรศัพท์ของสว. อย่างน้อย 40 คนบริเวณโรงแรมพูลแมนในวันที่ 21 ก.ค. 2567 ก่อนจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ โดยพริษฐ์ระบุว่าสว.ทั้ง 40 คนอยู่ในกลุ่มผู้ต้องหา 229 รายตามคำสั่งของคณะกรรมการฯ ชุดที่ 26 📍ความผิดปกติในวันเลือก สว.ระดับประเทศ * คนหลักร้อยแต่งตัวเหมือนกัน  * พบผู้สมัครสว. หลักร้อยคนแต่งกายเหมือนกัน คือสวมเสื้อสีเหลืองที่ใหม่มาก พร้อมสูทสีดำ ถือแฟ้มเอกสารลักษณะเดียวกัน และเกาะกลุ่มกันตลอดเวลา * ผู้สังเกตการณ์ยังพบคนเสื้อเหลืองกลุ่มหนึ่งเดินทางออกจากสถานที่เลือกพร้อมกันโดยมีรถมาจอดรอรับที่ด้านหลังอาคารชาเลนเจอร์ ซึ่งเป็นฝั่งที่ไม่ค่อยมีผู้คน หนึ่งในนั้นเป็นรถตู้ทะเบียนบุรีรัมย์ * ยิ่งชีพระบุในการให้สัมภาษณ์กับ the101world ว่าจากรายงานการประชุมของดีเอสไอ กลุ่มคนที่ใส่เสื้อเหลืองต้องการให้กลมกลืนกับเจ้าหน้าที่ กกต. เพื่อให้เดินไปมาหรือเข้าห้องน้ำได้โดยไม่ต้องถูกติดตาม เพราะบุคคลอื่นอาจเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ กกต. ด้านนันทวัฒน์ ศักดิ์สกุลคุณากรจากเครือข่าย ConForAll ระบุในการสัมภาษณ์เดียวกันว่าจากการสัมภาษณ์ผู้สมัคร พบว่ากลุ่มคนเสื้อเหลืองมีพฤติกรรมไปออกันในห้องน้ำ และหลังจากนั้นมีผู้พบโพยที่ถูกขยำตกอยู่ * ปรากฏการณ์ “คะแนนล้นกระดาน” รอบเลือกไขว้ * พบผู้สมัคร 6 คนในแต่ละกลุ่มได้คะแนนทิ้งห่างผู้สมัครอีก 4 คนอย่างชัดเจน โดยเกิดเป็นแพทเทิร์นเดียวกันทั้ง 20 กลุ่ม * นอกจากนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีผู้สมัครหลายคนที่ระบุอาชีพเดียวกันในเอกสารการสมัคร เช่น เย็บผ้า เก็บขยะในคลอง และไปสมัครในพื้นที่จังหวัดเดียวกัน 📍แพทเทิร์นซ้ำๆ สมัครไม่ตรงกลุ่ม-แต่งตัวเหมือนกันในใบสมัคร ในจังหวัดอ่างทอง พื้นที่ของบ้านใหญ่ “ปริศนานันทกุล” iLaw รายงานว่าพบปัญหาการสมัครไม่ตรงกลุ่ม เช่นในอำเภอป่าโมก ที่ผู้สมัครกลุ่ม 12 (ผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรม) ไม่มีใครมีประวัติเข้าข่ายผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเลย โดยแต่ละรายเขียนใบสมัครว่ามีอาชีพรับจ้าง และหนึ่งรายเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน  นอกจากนี้ยังพบว่าผู้สมัครกลุ่ม 17 (ประชาสังคมและองค์กรสาธารณประโยชน์) ในทุกอำเภอเขียนประวัติว่าเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือเขียนประวัติการทำงานเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของคนในชุมชน โดยทุกอำเภอมีผู้สมัครกลุ่ม 17 ประมาณ 4-5 คนเหมือนกัน ในอำเภอวิเศษชัยชาญ ผู้สมัครแต่ละคนเขียนประวัติในทำนองเดียวกันว่าเคยออกหน่วยเคลื่อนที่ ในอำเภอสามโก้ พบว่าผู้สมัครแต่งตัวเหมือนกันหมดในภาพถ่าย คือใส่เสื้อโปโลมีโลโก้อสม. ที่กระเป๋าด้านซ้าย ส่วนในอำเภอเมือง ผู้สมัครใส่สูทและเสื้อคอปกสีขาวเหมือนกันทั้งหมด งาน อสม. เป็นงานที่ได้รับค่าตอบแทนจากรัฐ และไม่ใช่การประกอบอาชีพ ผู้สมัครหลายรายเขียนประวัติว่ามีอาชีพอื่น เช่น เกษตรกรรม ทำสวน รับจ้าง ลักษณะการ “สมัครไม่ตรงกลุ่ม” หรือเขียนประวัติการทำงานในทำนองเดียวกันเช่นนี้ยังพบในจังหวัดอื่นอีก เช่นบุรีรัมย์ ที่มีผู้สมัครกลุ่ม 16 (ศิลปะวัฒนธรรม) เขียนประวัติว่าเคย “เข้าร่วม” กิจกรรมทางวัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้านต่างๆ และกลุ่ม 17 (ประชาสังคม) ที่มีผู้สมัครหลายรายสวมเสื้อและเนคไทเหมือนกันในภาพถ่ายประกอบใบสมัคร และเขียนประวัติการทำงานว่าเป็นอสม. และใช้ชุดคำใกล้เคียงกัน อย่างการเขียนว่าเป็นผู้มีความเสียสละ เป็นต้น  หนึ่งในสว. ทั้ง 14 คนจากบุรีรัมย์คือชาญชัย ไชยพิศ จากกลุ่ม 17 ไอลอว์ตั้งข้อสังเกตว่าเขาทำงานด้านการศึกษา เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน และเป็นนายกสมาคมผู้บริหารและครูโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัด (ประเทศไทย) แต่สมาคมดังกล่าวจดทะเบียนจัดตั้งที่จังหวัดบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2566 ส่วนสมาคมชื่อเดียวกันที่จดทะเบียนที่กรุงเทพ จัดตั้งเมื่อเดือนมิถุนายน 2554 แต่จากเอกสารสว. 3 ชาญชัยระบุว่าเป็นนายกสมาคมฯระหว่างปี 2564 - 2566 หรือเพียง 3 ปีเท่านั้น ไม่ถึงเกณฑ์ 10 ปีตามกฎหมาย ส่วนในจังหวัดอำนาจเจริญ อีกพื้นที่ของบ้านใหญ่สีน้ำเงิน มีสว. 2 คนจากลุ่ม 10 ซึ่งเป็นกลุ่มของผู้ประกอบกิจการขนาดใหญ่ คือ สมพาน พละศักดิ์ ที่เขียนประวัติว่าขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ และแดง กองมา เขียนประวัติว่าขายหมู ไอลอว์รายงานว่าแดงมีเขียงหมูอยู่ในตลาดวิชิตสินจริง แต่กิจการของแดงไม่น่ามีจำนวนลูกจ้างและกำไรเข้าเกณฑ์กิจการขนาดใหญ่กว่า SMEs ได้ ด้านสมพานเคยให้สัมภาษณ์ว่าจริงๆ ตนขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา แต่ชื่อร้านที่ระบุไม่พบในกูเกิ้ลแมป พบเพียงภาพสมพานทำงานในร้าน “ครัวต้นกระโดน” ส่วนในเฟสบุ๊คระบุว่า “ก๋วยเตี๋ยวนายพาน” มีพยานเดินทางไปร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มะระร้านหนึ่งในอำเภอเมืองอำนาจเจริญและทราบจากพนักงานในร้านว่าสมพานเคยทำงานที่ร้านนี้แต่ไม่ใช่เจ้าของ อย่างไรก็ตาม แต่ละร้านที่เกี่ยวข้องยังเปิดมาไม่ถึง 10 ปี และไม่น่าจะมีจำนวนลูกจ้างและกำไรในปริมาณที่จะลงสมัครในกลุ่ม 10 ได้ ส่วนผู้สมัครอีก 3 คนจากอำเภอเมืองเขียนประวัติว่าเป็นผู้รับเหมา ค้าขาย และเป็นช่างทาสี ด้านผู้สมัครจากอำเภออื่นๆ ที่เข้าสู่การเลือกระดับจังหวัดก็ไม่น่าเข้าเกณฑ์ของกลุ่ม 10 เนื่องจากล้วนเขียนประวัติว่าค้าขายหรือรับจ้าง ข้อมูลแย้งกันเองใน กกต. ‘คณะ36’ กับคำสั่งไม่ฟ้อง สารพัดคำถามที่ไม่มีคำตอบ วันที่ 14 ก.ย. ที่จะถึงนี้ กกต.ชุดใหญ่จะลงมติส่งเรื่องฮั้วเลือก สว.ไปที่ศาลหรือไม่ ในเมื่อความเห็นจากการพิจารณาภายในของ กกต. ที่มีอยู่ทั้งหมด 3 ชั้น มีข้อเสนอที่แตกต่างกันอย่างมาก จึงเป็นที่น่าจับตาว่า กกต.ชุดใหญ่ทั้ง 7 คน จะพิจารณาจากเอกสารชุดใด ชั้นที่ 1 * คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน (ชุดที่ 26) มีมติเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2568 ว่าให้สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน เพราะมองว่า “มีมูลความผิด” “ชุดที่ 26” นี้เป็นการตั้งกรรมการร่วมระหว่าง กกต. และดีเอสไอมาทำงานร่วมกัน รวม 20 คน โดยมีหน้าที่ คือ รวบรวมพยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่าย ผู้ร้อง & ผู้ถูกกล่าวหา สอบพยานปาก 2 ฝ่าย (มากกว่า 700 คน) ชั่งน้ำหนักหลักฐาน 2 ฝ่าย แล้วสรุปความเห็น เอกสารสำนวนของชุดที่ 26 จำนวนกว่า 90,000 หน้าอยู่ในมือของไอลอว์ ขณะนี้ทีมงานกำลังสรุปเพื่อทยอยเผยแพร่ในช่วงสัปดาห์หน้า ในช่วงที่คณะกรรมการชุดนี้มีมติสั่งฟ้องออกมา เป็นช่วงที่ ‘แพทองธาร ชินวัตร’ นายกฯ ในขณะนั้นถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ 1 ก.ค.2668 และภูมิธรรม เวชชยชัย เป็นรักษาการนายกฯ  ชั้นที่ 2 * “ความเห็นของเลขาฯ กกต.” เสนอให้สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาอย่างน้อย 140 คน แบ่งเป็น สว.ที่มีหมายเลขอยู่ในโพยอย่างน้อย 136 คน กับกลุ่มนักการเมืองอย่างน้อย 3 คน คือ 1 รัฐมนตรี, 2 สส.  เอกสารชุดนี้ทำโดย ครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ปฏิบัติหน้าที่แทนแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ไว้เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2568 สาระสำคัญส่วนหนึ่งของเอกสาร เสนอให้ “ยกคำร้อง” ในส่วนของอนุทินและแกนนำภูมิใจไทยจำนวนหนึ่ง เนื่องจากเห็นว่าพยานเป็นเพียงพยานบอกเล่า ไม่มีหลักฐานเพียงพอ ข้อสังเกตของ ยิ่งชีพ ผอ.ไอลอว์ คือ เอกสารสรุปความเห็นเลขาฯ กกต.ชุดนี้มีข้อแตกต่างกับของชุดที่ 26 อยู่บ้าง แต่จุดต่างที่สำคัญที่สุดอยู่ตรงที่ “จะฟ้องหรือไม่ฟ้องกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและท่านอนุทิน”   “ เลขาฯ บอกว่าไม่ฟ้อง (อนุทิน-กก.บห.พรรค ภท.-) เพราะจากพยานที่เล่ามา อาจยังไม่เพียงพอ (แต่สำนวนของอนุฯ 26) บอกว่าต้องฟัง (พยาน) แบบระมัดระวัง…แต่เขาดูละเอียดกว่า พยาน tier 2 ที่เล่าคนละนิดคนละหน่อย เช่น ได้รับเงิน ได้รับตั๋วเครื่องบิน เมื่อประกอบร่างพยานอีกหลายสิบปาก มันเป็นเครือข่ายที่มีรูปลักษณ์เดียวกันกับที่พยาน tier 1 อธิบายไว้ ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่าสิ่งที่พยาน tier 1 เป็นความจริง”  ผอ.ไอลอว์ระบุ  ทั้งนี้ บริบทในช่วงเวลาที่เลขาฯ กกต.มีความเห็นดังกล่าวนั้น อยู่ในช่วงที่ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ได้รับการโหวตเป็นนายกฯ (ครั้งที่ 1) แล้วหลังมี MOA กับพรรคประชาชน และเป็นช่วงเวลาก่อจจะมีการโปรดเกล้าฯ ครม.เต็มรูปแบบในวันที่ 19 กันยายนเพียง 4 วัน  ชั้นที่ 3 * คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งคณะที่ 36 หรือ “คณะที่ 36” กลับมีมติ 5 ต่อ 2 เสียง เสนอให้ยกคำร้อง ไม่สั่งฟ้องใครเลย  มติที่ให้ “ยกคำร้องทั้งหมด” หลุดออกมาจากสื่อหลายสำนัก เช่น ไทยพีบีเอส, ไทยโพสต์ และประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2569 โดยที่ กกต.ไม่ได้ออกมายืนยันว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ย้อนไปช่วงต้นของรัฐบาล ‘อนุทิน 1’ เนชั่นทีวีรายงานเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2568 ว่า กกต. มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดและข้อโต้แย้งคณะที่ 36 ขึ้นมา โดยลงนามเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2568  คณะชุดนี้มาจากมาจากการเสนอชื่อของบอร์ด กกต. ชุดใหญ่  สำหรับเหตุผลที่มีการตั้งคณะที่ 36 ขึ้นมา พริษฐ์ สส.ปชน.เปิดเผยว่า ตัวแทน กกต.ที่มาเข้าร่วมประชุม กมธ.องค์กรอิสระ ชี้แจงเหตุผลว่าเป็นเพราะ “ภาระงานของคณะ 35 ชุดเยอะอยู่แล้ว ถ้าไปให้ดูคดีนี้ซึ่งมีความละเอียด จะยิ่งเพิ่มภาระเข้าไปอีก” หน้าที่ของคณะที่ 36 เป็นการฟังข้อมูลที่ถูกรวบรวมมา ได้แก่ ความเห็นของชุดที่ 26, ความเห็นเลขาฯ กกต. รวมทั้งอาจมีการขอข้อมูลเพิ่มเติมจากชุดที่ 26 เช่น ประวัติการโทร พิกัดมือถือ แล้วจึงนำมาซึ่งการสรุปความเห็น นี่คือการคาดเดาของ พริษฐ์ สส.ปชน. ที่ว่าเป็นการคาดเดา ก็เพราะว่าพริษฐ์ในฐานะ สส. และ กมธ.องค์กรอิสระได้พยายามขอข้อมูล กกต.แล้วว่าคณะที่ 36 ทำงานอย่างไร แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ทุกครั้งที่ถึงเดดไลน์ให้ข้อมูล กกต.ก็มักขอเลื่อนเสมอ แม้กระทั่งเมื่อ 18 มิ.ย. 2569 กมธ.องค์กรอิสระมีการประชุมเรื่องคดีโกง สว. โดยได้เชิญตัวแทนจาก กกต.เข้าร่วมให้ข้อมูลด้วย ก็ยังไม่มีใครตอบเรื่องคณะที่ 36 ได้ !!! คณะที่ 36 จึงมีพิรุธที่น่าตั้งคำถาม โดยพริษฐ์แบ่งออกเป็น 4 ด้าน * ที่มาและเหตุผลของการคณะที่ 36 ยังไม่ชัดเจนมากพอ * กระบวนการทำงาน ขาดข้อมูลว่าอนุฯ ชุดนี้ทำงานละเอียดมากน้อยเพียงไร เมื่อเทียบกับชุดที่ 26 * ความบังเอิญที่สอดรับกับธงทางการเมือง * เหมือนว่าปฏิบัติตนเป็นศาลเสียเอง : คณะที่ 36 มีความพยายามจะซักถามเพื่อตีตกหลักฐานที่น่าสงสัย ทั้งๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ที่จะต้องพิสูจน์ให้สิ้นสงสัย * ปกป้องนักการเมือง : เนื่องจากสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. เล่าว่าคณะที่ 36 มีความพยายามตีกรอบกฎหมายเพื่อให้สาวไปไม่ถึง “น้ำเงินเข้ม” รวมถึงกรณีที่ แสวง เลขาฯ กกต.ออกมากาง 3 เงื่อนไขที่จะสามารถส่งฟ้องได้ ทำให้กรอบแคบลงอย่างมาก  * พยายามปฏิเสธความเป็นขบวนการ: การตีความหลักฐาน/เหตุการณ์แยกออกจากกัน  * ผลลัพธ์: ถ้ากกต.ไม่ส่งฟ้องแม้แต่คนเดียว จะค้านกับหลักฐานที่มี อย่างน้อยมีอยู่ 2 กรณีที่หลักฐานชัดเจน คือ เส้นเงินของ สุบิน ศักดา ที่โอนไปยังผู้สมัคร สว.10 คนก่อนวันเลือก สว. และกรณีนครพนมที่มีหลักฐานทั้งคลิปเสียง, การซื้อตั๋วเครื่องบินให้ รวมถึงหลักฐานการทำโพยที่โรงแรม เมื่อต้นเดือน ก.ย. 2569 ผู้ที่ออกมาเปิดข้อมูลเกี่ยวกับชุดที่ 36 คือ สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โดยอ้างอิงหลักฐาน เอกสาร “รายงานการประชุมของอนุฯ ชุด 36” ที่เขาระบุว่าได้รับมาจากแหล่งข่าวในสำนักงาน กกต. สมชัยตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของบางรายชื่อในคณะชุดนี้ เช่น อนุกรรมการคนหนึ่งที่ชื่อว่า อนุชา จันทร์สุริยา ซึ่งทำหน้าที่นำการประชุมทุกครั้ง แทนที่จะเป็นประธานอนุกรรมการ  อนุกรรมการชุดดังกล่าวประกอบไปด้วย  * อนุชา จันทร์สุริยา ที่ปรึกษาประจำประธาน กกต. * อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ที่ปรึกษากรรมการ กกต. * นันทศักดิ์ พูลสุข อดีตอธิบดีอัยการคดีพิเศษ ผู้เคยทำคดียึดทรัพย์ทักษิณ ชินวัตร * เชาวนะ ไตรมาศ อดีตเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ * เดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน * ธัชสกล พรหมจมาศ อดีตที่ปรึกษากรรมการการเลือกตั้ง * ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ สมชัยซึ่งเป็นอดีต กกต. ยังมาร่วมวิเคราะห์การทำงานของคณะที่ 36 ในเวทีแถลงข่าวของพรรคประชาชน โดยมีประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้ * ความชอบธรรมของคณะที่ 36 สมชัยระบุว่าการตั้งคณะที่ 36 นั้น ในทางกฎหมาย กกต. มีอำนาจตั้งได้ แต่น่าตั้งคำถามต่อเหตุผลและความชอบธรรม เพราะเดิมมีคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ อยู่แล้ว 35 คณะ ซึ่งใช้ระบบเรียงลำดับรับคดี ขณะที่เหตุผลว่าต้องตั้งอนุฯ ที่ 36 เพื่อลดภาระงานและนำผู้เชี่ยวชาญมาพิจารณาคดี ก็ยังต้องตรวจสอบว่ากรรมการทั้ง 7 คนมีคุณสมบัติสอดคล้องกับเหตุผลดังกล่าวจริงหรือไม่ * ประชุมกี่ครั้ง ยังคงเป็นปริศนา สมชัยกล่าวต่อไปว่า จากบันทึกการประชุมที่ได้รับมา อนุฯ ที่ 36 ประชุมโดยทั่วไปคือวันอังคารและพฤหัสบดี ครั้งละประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง รวมแล้วอาจอยู่ที่ประมาณ 20-30 ครั้ง แต่สิ่งที่น่าตั้งคำถามคือรูปแบบการประชุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการรับฟังทีมเลขานุการสรุปสำนวนของคณะฯ ที่ 26 โดยเฉพาะช่วงหลังที่แทบไม่ปรากฏการซักถามจากอนุกรรมการ ขณะที่ผู้สอบสวนจากคณะฯ ที่ 26 ไม่เคยถูกเรียกมาชี้แจง และเอกสารหลักฐานชั้นต้นจำนวนหลายหมื่นหน้าก็ไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาโดยตรง * การตีกรอบกฎหมายที่แปลกๆ  สมชัยยังมีข้อสังเกตถึงการตีกรอบกฎหมายในช่วงต้นของการพิจารณา โดยเฉพาะประเด็นความเชื่อมโยงระหว่างผู้สมัคร สว. กับฝ่ายการเมือง เช่น การตีความเรื่อง “การยินยอมรับความช่วยเหลือ” และเจตนาที่จะได้รับเลือกเป็น สว. ซึ่งหากตีความแคบเกินไปอาจทำให้ความเชื่อมโยงกับฝ่ายการเมืองถูกตัดออกจากคดี สมชัยยังกล่าวต่อไปว่า หากภายหลังมีข้อพิพาททางกฎหมาย ควรขออำนาจศาลตรวจสอบรายงานการประชุมครั้งสุดท้ายของอนุฯ ที่ 36 และความเห็นส่วนบุคคลของอนุกรรมการแต่ละคน เพื่อดูว่ามติยกคำร้องตั้งอยู่บนกรอบการตีความกฎหมายอย่างไร ทั้งนี้สุดท้าย กกต. ทั้ง 7 คนต้องรับผิดชอบต่อคำวินิจฉัยของตนเอง สำหรับประเด็นเรื่องความน่าเชื่อถือของอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 เมื่อพิจารณาเป็นรายบุคคลนั้น ชยพล สะท้อนดี สส.ปชน. เปิดเผยแผนผังความเชื่อมโยงที่ระบุว่าอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ทั้ง 5 คน กับผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว.ต่างมีความสัมพันธ์เชิงเครือข่ายกันผ่านการเข้าร่วมเรียน 2 “หลักสูตรคอนเนกชั่น” คือ หลักสูตร พตส. (พัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง ของ กกต.) และ หลักสูตร นธป. (นิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย ของศาลรัฐธรรมนูญ) ซึ่งมีทั้งบุคคลในแวดวง กกต. และบุคคลทางการเมืองเข้าร่วม  ทั้งนี้ สส.ชยพล ย้ำว่าการเข้าอบรมหลักสูตรเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่ามีการกระทำผิด แต่ประเด็นที่ต้องการตรวจสอบคือเครือข่ายความสัมพันธ์ดังกล่าวมีผลต่อความเป็นกลางของผู้มีอำนาจวินิจฉัยคดีหรือไม่ เลขาฯ กกต. กาง 3 เงื่อนไข “ส่งฟ้องได้” เดือน ส.ค. 2569 แสวง บุญมี เลขาฯ กกต. ออกมาบอกว่า กกต.จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาได้ ต้องผ่าน 3 เงื่อนไขต่อไปนี้ * ต้องเป็นการกระทำของ “ผู้สมัครรับเลือกตั้ง” หรือผู้สมัครรู้เห็นการกระทำของบุคคลอื่น * ต้องมีพฤติการณ์เข้าข่ายทุจริต เช่น จ้างลงสมัคร-จ้างลงคะแนน-สมยอมแลกคะแนน หรือ ให้ประโยชน์เพื่อให้เลือกตัวเอง * ต้องมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกนั้นไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม พริษฐ์ สส.พรรค ปชน. ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ออกมาแสดงความเห็นแย้งเลขาฯ กกต. ว่า ตัวบทกฎหมายไม่ได้จำกัดเฉพาะ “ผู้สมัคร” แต่ครอบคลุมถึงบุคคลอื่นด้วย อ้างอิงจากมาตรา 62 ของ พ.ร.ป.การได้มา สว.ระบุคำว่า “ผู้สมัครหรือผู้ใด” ที่มีหลักฐานว่าทุจริตหรือรู้เห็นกับการทุจริต กกต.ก็สามารถส่งฟ้องได้เลย นอกจากนี้ กกต.เองก็เคยยื่นคำร้องต่อศาลฎีกามาแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาก็ไม่ได้เป็นผู้สมัคร  นอกจากนี้ในช่วงเดียวกันยังมีความเคลื่อนไหวของนักกฎหมาย 53 คน เรียกร้องให้ กกต.ส่งเรื่องไปศาล ด้วย อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีที่ กกต. ส่งคำร้องให้ศาลฏีกาตัดสิทธิรับสมัครเลือกตั้งของผู้สมัครสว. เนื่องจาก “สมยอมแลกคะแนน” กันมาแล้ว โดยมีหลักฐานเป็นแชทไลน์ระหว่างผู้สมัครที่มีการขอแลกคะแนนกัน เช่นในกรณีของผู้สมัครจากจังหวัดนครราชสีมา ที่ต่อมาศาลฎีกาตัดสินให้เพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง 10 ปี เพราะเห็นว่าทำให้กระบวนการเลือกไม่ได้มาจากเจตจำนงอิสระของผู้ลงคะแนนและไม่ได้พิจารณาจากความรู้ความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ของผู้สมัครตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ และเป็นการเอาเปรียบผู้สมัครรายอื่น และยังมีกรณีคล้ายกันในจังหวัดชลบุรีและปทุมธานี ที่ถูกเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งเช่นกัน ในจังหวัดยะลา ยังมีกรณีที่ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลกรณีผู้สมัครจับกลุ่มแบ่งสายเพื่อแลกคะแนนกัน เนื่องจากเห็นว่าการสมยอมกันลงคะแนนไม่ใช่การเลือกกันเองโดยสุจริต และยังมีอีกกรณีที่ กกต. สั่งฟ้องบุคคลที่ไม่ใช่ผู้สมัครสว. 3 ราย เนื่องจากมีหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับกระบวนการจ้างคนมาลงสมัคร จ่ายค่าที่พัก ค่าเดินททาง และมีการจ่ายเงินแลกกับการให้ลงคะแนนตามหมายเลขที่เลือกไว้ ส่วนผู้สมัครที่ถูกร้องในคดีเดียวกัน กกต. แยกไปไต่สวนอีกสำนวนหนึ่ง ส่วนในจังหวัดร้อยเอ็ด ก็มีกรณีที่ กกต. สั่งฟ้องผู้สมัคร 7 ราย เนื่องจากมีหลักฐานทั้งข้องมูลทำธุรกรรม ข้อความแชทไลน์ คลิปวีดิโอการสนทนา และพยานบุคคลว่ามีการโอนเงินและเสนอผลประโยชน์เพื่อแลกคะแนนเสียง 3 แนวทางการตัดสินใจ หลักฐานจะถึงมือศาลกี่มากน้อย 14 ก.ย.ชี้ชะตา กกต. ยิ่งกว่า สว. มีการวิเคราะห์แนวโน้มของ กกต.ว่าเป็นไปได้ 3 แบบ คือ  1) กกต.เห็นตามคณะสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ส่งเรื่อง 229 คนไปให้ศาลฎีกาพิจารณา  2) กกต.เห็นตามคณะอนุวินิจฉัยฯ 36 ตีตกคำร้องทั้งหมด 229 คน  3) กกต.ส่งคำร้องแค่บางส่วนไปศาลฎีกา มีการประเมินว่าข้อ 3 น่าจะเกิดขึ้นมากที่สุด โดยสังคมต้องร่วมจับตาว่าจะมีการตัดตอนส่งเรื่องไปที่ศาลแค่เฉพาะผู้ปฏิบัติการ ละเว้นผู้สั่งการ ผู้วางแผน หรือส่งเรื่องไปที่ศาลแค่บางจังหวัด ทั้งที่ต้องครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศหรือไม่ ตามมาตราที่ 62 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว สมาชิกวุฒิสภาที่ถูกกล่าวหาจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะพิพากษาว่าไม่ได้กระทำความผิด ถ้าศาลมีคำพิพากษาว่ากระทำความผิด ให้สมาชิกภาพของสว. ผู้นั้นสิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ถ้าผู้ที่ถูกพิพากษาว่าผิดอยู่ในบัญชีสำรอง ให้มีการสั่งลบรายชื่อออกจากบัญชีสำรอง ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภากำหนดว่าจะต้องมีสมาชิกครบองค์ประชุม คือไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่จึงจะดำเนินการประชุมหรือลงมติได้ ยกเว้นในกรณีพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ถามที่กำหนดให้มีสมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของสมาชิกทั้งหมดจึงถือเป็นองค์ประชุมพิจารณาได้ หากสว. จำนวนมากถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ก็อาจมีผลให้ไม่สามารถดำเนินการประชุมหรือลงมติได้ ทั้งนี้ ถ้าหากว่า กกต.ชุดใหญ่มีมติส่งเรื่องไปที่ศาล สว.ที่ถูกกล่าวหาจะยังไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยทันที แต่จะต้องหยุดเมื่อศาลรับคำร้องแล้วเท่านั้น อีกคำถามหนึ่งก็คือ ทิศทางการลงมติของ กกต.ชุดใหญ่ในวันที่ 14 ก.ย. จะส่งผลต่อทิศทางคดีอั้งยี่-ฟอกเงินที่ดีเอสไอหรือไม่ เพราะยังอยู่ในระหว่างการสอบเพิ่มเติม หลังอัยการตีกลับสำนวนเมื่อเดือน ม.ค.ปี 2569  พนิดา สส.พรรค ปชน. ประเมิน 2 ฉากทัศน์ที่น่าจะเป็นไปได้ในฝั่งดีเอสไอ ดังนี้ * หาก กกต.ไม่ส่งฟ้องไปที่ศาล ดีเอสอาจจะเป่าคดีในมือตัวเอง โดยอ้างว่า “ไม่มีความผิดมูลฐาน” * หาก กกต.ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาไม่ว่าจะกี่คนก็ตาม มือทำคดีก็จะไม่ได้เป็นคนเบิกความในชั้นศาล ในเมื่อ 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่อยู่ในชุดพนักงานสอบสวนคดีอั้งยี่-ซ่องโจร ได้ถูกย้ายไปแล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อ 26 ส.ค. 2569 ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เข้ารับตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม หลังจากนั้นไม่กี่วัน ปลัดคนใหม่ก็เซ็นคำสั่งทันที 2 ฉบับ คำสั่งดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เครือข่ายสีน้ำเงิน หนึ่ง – คำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยอย่างไม่ร้ายแรงต่อ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม DSI กรณีให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับสำนวนโดยไม่ได้รับอนุญาต  เขาผู้นี้เป็นมือทำหลายคดีสำคัญรวมถึงคดีเขากระโดง โดยเจ้าตัวมองว่าคำสั่งนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยโดยที่ไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน สอง – คำสั่งย้ายมือทำคดีอั้งยี่-ฟอกเงินจากโกงเลือก สว. ไปเป็นฝ่ายอำนวยการ * เอกรินทร์ ดอนดง และ กิตติพงษ์ เดชาภิวุฒิ เป็นคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอ คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน * เอกรินทร์ ยังเป็น 1 ใน 3 พนักงานสอบสวนจากดีเอสไอที่ไปร่วมเป็นคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 * ส่วนที่มี “ข่าวลือ” ว่าจะถูกย้ายไปเป็นรองอธิบดีกรมบังคับคดี คือ พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีดีเอสไอ ที่เป็นคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอ คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน ซึ่งเป็น 1 ใน 3 พนักงานสอบสวนดีเอสไอที่ไปร่วมเป็นคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ต้นเดือน ก.ย. มีกระแสข่าวลือล่าสุดเรื่อง “สลับขั้ว 2 อธิบดี” เปลี่ยนตัวอธิบดีกรมคุมประพฤติ ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล ให้มาคุมดีเอสไอแทน พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ ผู้เป็นหัวหน้าทีมพนักงานสอบสวนดีเอสไอ คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างมากว่ามันบังเอิญเข้ามุมการเมืองเสียเหลือเกิน  ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล อยู่ในคณะที่ 36 นี้ด้วย อ้างอิงจากเอกสารที่อดีต กกต. สมชัย นำมาเปิดเผย โดย ร.ต.อ.ปิยะเป็นหนึ่งใน 5 เสียงข้างมากที่ลงมติ “ยกฟ้อง” ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คนจากที่ “คณะที่ 26 เสนอมา  ข่าวลือนี้ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างมาก พริษฐ์ สส.ปชน.มองว่าถ้าเป็นจริง อาจเป็นความพยายามของรัฐบาลในการโยกย้ายข้าราชการเพื่อให้เป็นคุณต่อฝ่ายตัวเองหรือไม่ แม้มุมการเมืองอาจมองได้แบบนั้น แต่แหล่งข่าวระดับสูงในดีเอสไอโต้ข่าวลือนี้ว่า คนพูดอยู่นอก ครม. ส่วนเรื่องตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอก็มีศักดิ์ต่ำกว่าอธิบดีกรมคุมประพฤติ ถ้าย้ายไปจริงจะถือว่าเป็นการลงโทษ ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อน กกต. จะลงมติในวันจันทร์ที่ 14 ก.ย.นี้ ภาคประชาสังคมออกมาเรียกร้องอย่างต่อเนื่องให้กกต. สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 229 รายโดยไม่มีข้อยกเว้น ไอลอว์ระบุว่าถ้าหาก กกต. สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหารายใด จะมีการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้นต่อสาธารณะ นอกจากนี้ยังมีการนัดรวมตัวครั้งสุดท้ายที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครในวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. นี้    * ข่าว * การเมือง * คดีฮั้วเลือก สว. * พรรคภูมิใจไทย * คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) * ดีเอสไอ * พรรคประชาชน * ไอลอว์ * พริษฐ์ วัชรสินธุ * ยิ่งชีพ อัชฌานนท์
013
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 07/09/2026
run run run รัน ลั่น รั้น
011
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 07/09/2026
#ภพนภามีของฟรี Code in Place คอร์สฟรีมีใบเซอร์ของ standford กลับมาแล้วว ในนี้เผื่อใครสนใจค่ะ (Register link: codeinplace.stanford.edu/apply/cipx/s...) เอาไปประดับ cv เนื้อหาสอนโค้ดเริ่มต้นผ่านเกม ส่วนภาษาสำเนียงฟังยากมั้ย ขึ้นกับ leader ที่เราได้เลย (ใครกังวลเรื่องภาษาถ้าจำไม่ผิดมันมีเปิด live transcripe ดั้ยๆ)
codeinplace.stanford.edu
Code In Place
A free, human-centered, intro-to-coding course from Stanford University
000
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 07/09/2026
#วันนี้เจอคำว่า แอลม่อน ชอคโกแลต ทีา ทาย
012
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 07/09/2026
#วันนี้เจอคำว่า ลาตเท
012
Reposted by valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
พี่หมีสวัสดีครับ 🐻 @nutyoyo.bsky.social · 07/09/2026
อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์และสถานที่เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมกันนะ sbe2.sso.go.th/lookup/
sbe2.sso.go.th
ตรวจสอบสถานที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง คณะกรรมการประกันสังคม 2569
ตรวจสอบสิทธิและสถานที่ใช้สิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม 2569 สำหรับผู้ประกันตนและนายจ้าง กรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือเลขทะเบียนนายจ้าง 10 หลัก พร้อมแผนที่นำทางไปยังหน่วยเลือกตั้ง
0647
Reposted by valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
ปิยะรักษ์ 🍂🎃 @piyarak-s.bsky.social · 05/09/2026
มาแปะตรงนี้ด้วย #ลบมรดกรัฐประหาร6ตุลา ต้องการ 50,000 รายชื่อ ตอนนี้อยู่ที่ 6,000 ชื่อ ขาดอีกประมาณ 44,000 ชื่อ หลัง 6 ตุลามีการแก้ ป.อ. ม. 112 ให้โทษหนักขึ้นและมีการใช้มาตรานี้มั่วซั่วจนมีคนได้รับความเดือดร้อนไม่ว่าฝ่ายไหน แท็กนี้มีเพื่อรณรงค์แก้ ม. 112 ให้ใช้ในขอบเขตจำกัดและมีความสมเหตุสมผล นี่คือทางที่ประนีประนอมมากแล้ว ลงชื่อที่นี่: decoup6octsins.com
decoup6octsins.com
รณรงค์ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา
รณรงค์ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลา
01192
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 25/08/2026
#วันนี้เจอคำว่า ขาก อุตสหากรรม อยู
101
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 20/08/2026
แข็งแรงในจุดยืน อ่อนโยนในท่าที
010
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 18/08/2026
วันนี้เป็นคนสวยที่สุดในออฟฟิศ (นอนเพลิน ไม่ตื่น)
010
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 17/08/2026
ศาสตราจารย์ of รู้ทุกสิ่ง แต่ไม่จริงสักอย่าง
015
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 10/08/2026
ทุกวันนี้ก็ยังชอบ Rogue One และซีรี่ย์ Andor ที่สุด เป็น spinoff ที่กลับไปดูทีไรก็ให้ความหวังขวัญกำลังใจในการใช้ชีวิตมากๆ
044
Reposted by valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
ปิยะรักษ์ 🍂🎃 @piyarak-s.bsky.social · 10/08/2026
เจอโพสต์ อ. ทัศนัย อ. บอกว่า การโกรธไม่พออาจจะไม่ใช่สิ่งหลักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่การไม่สูญเสียความหวังต่างหากที่นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง คิดถึง Rogue One ขึ้นมาเลย Rebellion is built on hope
static.klipy.com
Carrie Fisher as Princess Leia: Hope
ALT: Carrie Fisher as Princess Leia: Hope
02737
Reposted by valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
『 บูเบ๋อ 』 @bluebirz.net · 09/08/2026
หายนะคะ หายนะค่ะ
139
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 09/08/2026
paranoid android paranoid jairoid
101
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 09/08/2026
หายนะ หายนะ
003
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 07/08/2026
สุขขีสมหวัง สุขขังสมปอง
010
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 07/08/2026
กินโปรตีน กินโป้ตีน
020
Reposted by valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
Matt's Sanctuary @mattmek.bsky.social · 06/08/2026
www.instagram.com/p/DbsY5MOmZL... โอย แล้วนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสิทธิชุมชนจากเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ที่ทำงานเก็บข้อมูลเรื่องกากพิษอุตสาหกรรมถูกคุกคาม ประเทศนี้มัน
1854
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 06/08/2026
satan santa
100
Reposted by valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
โปรแกรมเหม่อ @pitak.work · 05/08/2026
ขนมจีนเปล่าๆ ในกะละมัง
01034
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 04/08/2026
ยิ่งใหญ่แต่ไร้น้ำยา
000
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 03/08/2026
เฮ้าส์สามย่าน ฮ้านสามเหย้า
120
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 03/08/2026
พริบพริ้งแพรวพราวพร่างพราย
010
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 03/08/2026
decode ดีโคตร
025
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 01/08/2026
(th) ดอง ดอง ดอง ดอง กี ~ (en) don don don donki ~ (jp) ドン ドン ドン ドンキ ~ (fr) dans dans dans dans qui ~
100
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 27/07/2026
(fr) voilà! (วัว-ลา) นั่นไง! (th) voilà! (วัว-ลา) วัวไม่ทำงาน วัวลางาน
021
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 26/07/2026
กรุงเทพฯ(ไม่)มีคนเสื้อแดง โดนคุณปืนลั่นฯดักทางที่บทสุดท้าย รู้ได้ไงว่าเราคาดหวังบางอย่างในเล่มนี้ แต่ถือว่าเป็นเล่มที่ให้มุมมองคนเสื้อแดงที่(ค่อนข้าง)ครบถ้วน (ถึงบางเนื้อหาจะไม่ได้ถูกพูดถึงหรือไม่ได้เล่าละเอียด) แต่การมีอยู่ของเสื้อแดงเป็นหนึ่งในแม่แรงสำคัญของกระบวนการประชาธิปไตย ใครจะไปคิดว่าครั้งนึงการจะออกมาต่อต้านรัฐประหารจะกลายเป็นเรื่องที่สังคมเมินเฉยได้ขนาดนี้ #ภพนภามีหนังสือ
121
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 25/07/2026
quatriéme กระเทียม
030
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 24/07/2026
วนิลา วันนี้ลา
000
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 18/07/2026
แด่ทุกต้นกล้าความฝัน ว่าด้วยรัฐสวัสดิการ อจ. อธิบายนิยาม, study cases ต่างๆที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมถึงสวัสดิการที่เกิดในระบบทุนต่างๆ เป็นหนังสือ starter ที่ถ้าอ่านแล้วก็เอาไปโต้แย้งในหัวข้อนี้ได้ครอบคลุม(แต่อ่านหลาย src ก็ย่อมดีกว่า) ที่ชอบสุดก็คงเป็นบทส่งท้าย ที่มีใจความสำคัญของหัวใจทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้ #ภพนภามีหนังสือ
121
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 13/07/2026
วิศวะโยธา วิศวะโยดา
000
valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม @outcaste.bsky.social · 13/07/2026
เชิญชวนผู้ผ่านมาเห็น ลงชื่อ “ปชชต้องการ ‘สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)‘ ที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่เอา สสร ที่ปชชไม่ได้เลือก“ ดีเทลเพิ่มเติมใน link เลยค้าบ conforall.com ตอนนี้มีลงชื่อแล้ว 28k โดยต้องการอย่างน้อย 50k ค่ะ
conforall.com
เขียนใหม่ทั้งฉบับ เลือกตั้ง100%
ต้องการ 50,000 ชื่อ เสนอคำถามประชามติ สู่รัฐธรรมนูญใหม่
003
Reposted by valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
กร๊อบซ์ @96olf.bsky.social · 09/07/2026
พับผ้าพร้อมกับร้องพับผ่า...
041
Reposted by valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
โปรแกรมเหม่อ @pitak.work · 08/07/2026
เป็นความเชื่อแต่โบราณ ที่บอกว่า ถ้าไม่ พับผ้า จะโดน "มอญซ่อนผ้า" 😬
102
Reposted by valhalla ☂️| Sun 11/10 #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
Ferret uni&side hustle🐎💨 @dustywhoo.bsky.social · 10/07/2026
แอสอะ
023