dlvr.it
มาเลเซียจับแก๊งไลฟ์สดหลอกเงินรางวัล - สิงคโปร์สอบสวน 259 คน เชื่อมโยงสแกม 648 คดี
มาเลเซียจับแก๊งไลฟ์สดหลอกเงินรางวัล - สิงคโปร์สอบสวน 259 คน เชื่อมโยงสแกม 648 คดี
auser15
Fri, 2026-10-02 - 10:05
เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายน 2026 ตำรวจมาเลเซียบุกค้นบังกะโลหรู 3 หลังในปีนัง ทลายแก๊งหลอกลวงออนไลน์แบบขูดบัตรลุ้นรางวัล จับผู้ต้องสงสัยต่างชาติ 29 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและกัมพูชา แก๊งนี้ไลฟ์สดหลอกเหยื่อในจีนและกัมพูชาให้โอนเงินอ้างค่าดำเนินการหลังอ้างว่าได้รางวัล ยึดของกลางจำนวนมาก - ขณะที่สิงคโปร์เปิดปฏิบัติการ 2 สัปดาห์สอบสวนผู้เกี่ยวข้องกับการหลอกลวง 259 คน เชื่อมโยง 648 คดี มูลค่าความเสียหายราว 5.2 ล้านดอลลาร์
ภาพจาก: Utusan
สื่อมาเลเซียรายงานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2026 ว่า ผู้บัญชาการตำรวจปีนัง เปิดเผยในการแถลงข่าวว่า เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายน 2026 จับผู้ต้องสงสัยต่างชาติ 29 คน อายุระหว่าง 20 ถึง 63 ปี เพื่อสอบสวนการทำงานของแก๊งนี้
ผู้บัญชาการตำรวจปีนัง ระบุว่า การบุกค้นครั้งแรกในเตลุกกุมบาร์จับชายชาวจีน 14 คน การบุกค้นครั้งที่สองที่บังกะโลอีก 2 หลังใกล้กันในเตลุกกุมบาร์จับผู้ต้องสงสัยอีก 7 คน เป็นชายชาวจีน 3 คนและชาวกัมพูชา 4 คน ในจำนวนนี้เป็นหญิง 3 คน การบุกค้นครั้งต่อมาที่บังกะโลในพื้นที่บูกิตเบลาห์ เขตตะวันตกเฉียงใต้ จับผู้ต้องสงสัยอีก 8 คน เป็นชายชาวจีน 2 คนและหญิงชาวกัมพูชา 6 คน
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า แก๊งนี้ทำงานมา 2 ถึง 3 เดือน เช่าบังกะโลในราคาเดือนละประมาณ 10,000 ริงกิต และดัดแปลงเป็นฐานปฏิบัติการ ผู้ที่ทำหน้าที่ไลฟ์ได้รับเงินเดือนสูงสุดเดือนละ 8,000 ริงกิต ทำหน้าที่ไลฟ์สดหลอกลวงบนสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึง Facebook Live และ LINE โดยมุ่งเป้าไปที่เหยื่อในจีนและกัมพูชาเป็นหลัก
ผู้บัญชาการตำรวจปีนัง อธิบายว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุจะไลฟ์สดและชวนเหยื่อซื้อบัตรขูดแล้วลุ้นรางวัล จากนั้นแจ้งเหยื่อว่าได้รางวัลใหญ่ ก่อนขอให้โอนเงินโดยอ้างว่าเป็นค่าดำเนินการ ค่าภาษี และค่าประกัน ผ่านคิวอาร์โค้ด แต่เหยื่อไม่เคยได้รับรางวัลและไม่สามารถถอนเงินคืนได้
ตำรวจยึดของกลางได้แก่ โทรศัพท์มือถือกว่า 200 เครื่อง แล็ปท็อป 17 เครื่อง คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 2 เครื่อง ชุดโมเด็ม 6 ชุด เอกสารใบอนุญาตปลอม บัตรขูด และอุปกรณ์สตูดิโอถ่ายทอดสด ผู้ต้องสงสัยบางคนไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องและพักอาศัยอยู่ในบ้านเช่าที่ใช้เป็นฐาน
ผู้บัญชาการตำรวจปีนัง ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยทั้ง 29 คนยังถูกควบคุมตัว การสอบสวนดำเนินไปตามมาตรา 420 ประกอบมาตรา 120B ของประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 6(1) และมาตรา 15(1)(c) ของกฎหมายคนเข้าเมือง 1959/63 ผู้ต้องสงสัยทั้งหมดถูกฝากขังจนถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2026 ขณะที่ตำรวจเร่งตามหาตัวผู้บงการและผู้ร่วมขบวนการหลัก
สิงคโปร์สอบ 259 คน เอี่ยวหลอกลวง 648 คดี เสียหาย 5.2 ล้านดอลลาร์
เว็บไซต์ Singapore Police Force รายงานว่า เจ้าหน้าที่จากกองบัญชาการไซเบอร์และกองบังคับการตำรวจภูธร 7 แห่ง ของสิงคโปร์ เปิดปฏิบัติการ 2 สัปดาห์ระหว่างวันที่ 10 กันยายน 2026 ถึง 23 กันยายน 2026 มีผู้เกี่ยวข้อง 259 คน เป็นชาย 181 คน หญิง 78 คน อายุระหว่าง 16 ถึง 82 ปี อยู่ระหว่างช่วยการสอบสวนในฐานะผู้หลอกลวงหรือบัญชีม้า
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า กลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับคดีหลอกลวงกว่า 648 คดี ส่วนใหญ่เป็นคดีหลอกลวงซื้อของออนไลน์ หลอกลวงแบบฟิชชิง หลอกลวงหางาน แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หลอกลงทุน และหลอกว่าได้รางวัล เหยื่อเสียหายประมาณ 5.2 ล้านดอลลาร์
บุคคลเหล่านี้ถูกสอบสวนในข้อหาฉ้อโกง ฟอกเงิน หรือให้บริการชำระเงินโดยไม่มีใบอนุญาต ความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 420 ของประมวลกฎหมายอาญา 1871 มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปีและปรับ ความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการทุจริต การค้ายาเสพติด และอาชญากรรมร้ายแรงอื่น (การริบทรัพย์) 1992 มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับสูงสุด 500,000 ดอลลาร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ ความผิดฐานทำธุรกิจให้บริการชำระเงินโดยไม่มีใบอนุญาตตามมาตรา 5 ของกฎหมายบริการชำระเงิน 2019 มีโทษปรับสูงสุด 125,000 ดอลลาร์ จำคุกสูงสุด 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ที่เป็นสมาชิกแก๊งหลอกลวงหรือผู้ชักชวนจะถูกเฆี่ยนอย่างน้อย 6 ครั้ง สูงสุด 24 ครั้ง ส่วนบัญชีม้าที่ช่วยฟอกเงิน จัดหาซิมการ์ด หรือให้ข้อมูล Singpass จะถูกเฆี่ยนตามดุลยพินิจสูงสุด 12 ครั้ง ซึ่งรวมถึงความผิดฟอกเงินบางฐานตามกฎหมายว่าด้วยการทุจริต การค้ายาเสพติด และอาชญากรรมร้ายแรงอื่น ความผิดเกี่ยวกับ Singpass ตามกฎหมายการใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่ผิด และความผิดเกี่ยวกับซิมการ์ดบางฐานตามกฎหมายความผิดเบ็ดเตล็ด
ตำรวจระบุว่า ผู้ที่พบว่าเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมดังกล่าวจะต้องรับผิดชอบ ภายใต้กรอบจำกัดการใช้บริการ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับความผิดบัญชีม้า ไม่ว่าจะอยู่ระหว่างสอบสวนและประเมินว่ามีความเสี่ยง หรือถูกตักเตือน ถูกสั่งปรับ ถูกดำเนินคดี หรือถูกตัดสินว่ามีความผิด อาจถูกจำกัดบริการด้านธนาคารและการสมัครใช้บริการโทรศัพท์มือถือ เพื่อป้องกันการช่วยหลอกลวงซ้ำ
* ข่าว
* ต่างประเทศ
* สแกมเมอร์
* อาชญากรรมออนไลน์
* หลอกลวงออนไลน์
* แก๊งคอลเซ็นเตอร์
* อาเซียน
* มาเลเซีย
* สิงคโปร์