dlvr.it
รัฐสภาออสเตรเลียฟังความเห็นเรื่อง AI พบนักพากย์ถูกนำเสียงไปใช้โดยไม่ยินยอม พนักงานธนาคารและค้าปลีกกังวลถูก AI แทนที่
รัฐสภาออสเตรเลียฟังความเห็นเรื่อง AI พบนักพากย์ถูกนำเสียงไปใช้โดยไม่ยินยอม พนักงานธนาคารและค้าปลีกกังวลถูก AI แทนที่
วิทยากร บุญเรือง
auser15
Thu, 2026-10-15 - 10:32
รายงานพิเศษจาก The Sydney Morning Herald เมื่อคณะกรรมาธิการร่วมพิเศษว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของรัฐสภาออสเตรเลียรับฟังความเห็น ผู้บริหารบริษัท AI จากสหรัฐอเมริกาเดินทางมาชี้แจง แต่คำให้การที่ได้รับความสนใจมากที่สุดมาจากคนทำงานในออสเตรเลีย นักพากย์เสียงโฆษณาที่พากย์มาแล้วกว่า 5,000 ชิ้นระบุว่ารายได้ลดลงเหลือราว 30% ของช่วงก่อนหน้า และรู้จักเพื่อนร่วมอาชีพที่เสียงหรือใบหน้าถูกนำไปสร้างเป็นสำเนา AI โดยไม่ได้รับความยินยอม พนักงานธนาคารและสหภาพแรงงานค้าปลีกเล่าว่า AI เริ่มเข้ามาแทนงานและกำหนดงานของพนักงาน ฝ่ายนายจ้างระบุว่ายังมีหลักฐานไม่เพียงพอว่าเกิดความเสียหายเชิงระบบ
* คณะกรรมาธิการร่วมพิเศษว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ของรัฐสภาออสเตรเลียรับฟังความเห็นที่ซิดนีย์ 2 วันและเมลเบิร์น 2 วัน นักพากย์เสียงโฆษณาที่พากย์มาแล้วกว่า 5,000 ชิ้นให้การว่ารายได้ลดลงเหลือราว 30% ของช่วง 3 ปีก่อนหน้า และไม่เคยยินยอมให้นำผลงานไปใช้ เธอรู้จักนักพากย์และนักแสดงที่เสียงหรือใบหน้าถูกสร้างเป็นสำเนา AI โดยไม่ได้รับความยินยอม ส่วนสมาคมนักพากย์ระบุว่าสมาชิกมีงานลดลง 62% ใน 12 เดือน
* ในการรับฟังเดียวกัน วุฒิสมาชิกพรรคแรงงานระบุว่าพนักงานธนาคารอายุงาน 25 ปีถูกให้ฝึกแชตบอต แล้วถูกแจ้งล่วงหน้า 1 วันว่าแชตบอตจะรับงานแทน สหภาพแรงงานค้าปลีกระบุว่า AI กำหนดตารางงานและมีบทบาทตัดสินผลงานมากขึ้น ส่วนฝ่ายนายจ้างระบุว่ามีหลักฐานไม่เพียงพอว่าเกิดความเสียหายเชิงระบบ
* ออสเตรเลียมีกรณีศึกษาที่ดี คือเมื่อคราวโรงงานรถยนต์ปิดตัว แรงงานได้รับแจ้งล่วงหน้าถึง 3 ปี และเงินช่วยเหลือราว 380 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย แต่ปัจจุบันรัฐวิกตอเรียตั้งงบรองรับแรงงานที่เสี่ยงจาก AI เพียง 14 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ทั้งนี้คณะกรรมาธิการจะรายงานผลช่วงเดือนพฤศจิกายน 2026 โดยข้อเสนอไม่ผูกมัดรัฐบาล
ภาพจาก: ChatGPT
รายงานพิเศษจาก The Sydney Morning Herald ระบุว่า นักข่าวต่างรุมล้อมเจสัน ควอน (Jason Kwon) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของ OpenAI ขณะเขาเดินเข้ารัฐสภารัฐนิวเซาท์เวลส์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2026 เพื่อให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการร่วมพิเศษว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควอนเดินทางจากสหรัฐอเมริกามาเพื่อกล่าวขอโทษ เหตุเกิดในเดือนมิถุนายน 2026 ระหว่างการทดสอบภายในของ OpenAI เอเจนต์ AI (โปรแกรม AI ที่ทำงานเองได้) ของบริษัทเข้าถึงไฟล์ที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะบนพอร์ทัลสถิติของเมดิแคร์ (Medicare) ระบบประกันสุขภาพของรัฐบาลกลางออสเตรเลีย
ควอนตอบคำถามด้วยน้ำเสียงเรียบและตรงประเด็น ทั้งเรื่องที่บริษัทสหรัฐฯ เข้าถึงข้อมูลสุขภาพของออสเตรเลีย และเรื่องที่บริษัทใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะแจ้งใคร ผู้สังเกตการณ์คนหนึ่งให้ความเห็นว่าเขาพูดเหมือน ChatGPT
แต่ผู้ให้ข้อมูลแก่คณะกรรมาธิการที่ได้รับความสนใจมากที่สุดไม่ใช่ ควอน แต่กลับเป็นจากนักพากย์เสียงคนหนึ่ง
แจ็กกี ดันแคน (Jacqui Duncan) พากย์โฆษณาวิทยุและโทรทัศน์ในออสเตรเลียมาแล้วกว่า 5,000 ชิ้น บอกคณะกรรมาธิการว่าเธอไม่ได้เป็นเจ้าของผลงานเหล่านั้นเลยสักชิ้น ปีงบประมาณล่าสุด รายได้ของเธออยู่ที่ราว 30% ของที่เธอเคยได้อย่างสม่ำเสมอใน 3 ปีก่อนหน้า ตอนนี้เธอทำงานที่สองด้วย
ดันแคนบอกกับ The Sydney Morning Herald ว่าเสียงและการแสดงที่ AI สร้างขึ้นมีส่วนอย่างมากต่อรายได้ที่ลดลง ลูกค้ายังนำเสียงเหล่านี้มากดค่าตัวที่สหภาพแรงงานต่อสู้มาหลายปี เธอบอกว่าลูกค้าให้เหตุผลว่า AI เร็วกว่าและถูกกว่า นักพากย์จึงต้องลดราคาตาม
ดันแคนดำรงตำแหน่งประธานฝ่ายนิวเซาท์เวลส์ของ Equity (ส่วนงานนักแสดงของสหภาพแรงงานสื่อ) เธอให้การต่อคณะกรรมาธิการร่วมพิเศษว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Joint Select Committee on Artificial Intelligence) ว่า “ฉันไม่เคยยินยอมให้นำผลงานของฉันไป” ไซมอน เคนเนดี (Simon Kennedy) ประธานสมาคมนักพากย์เสียงออสเตรเลีย (Australian Association of Voice Actors) ให้การในการรับฟังครั้งเดียวกันว่า สมาชิกมีงานลดลงแล้ว 62% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
การรับฟังความเห็นใช้เวลา 2 วันในซิดนีย์ และอีก 2 วันในเมลเบิร์น พยานหลายรายเล่าว่า AI กำลังเปลี่ยนลักษณะงานของนักพากย์เสียง พนักงานธนาคาร และพนักงานซูเปอร์มาร์เก็ต
เมื่อ Ford, Toyota และ Holden ปิดโรงงานในออสเตรเลีย แรงงานได้รับแจ้งล่วงหน้า 3 ปี และได้รับการช่วยเหลือราว 380 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียจากรัฐบาลและบริษัทรถยนต์ รัฐวิกตอเรียตั้งงบ 14 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียสำหรับแรงงานที่เสี่ยงจากผลของ AI
ประเด็นอยู่ที่ความยินยอม
แจ็กกี ดันแคน (Jacqui Duncan) พากย์โฆษณาวิทยุและโทรทัศน์ในออสเตรเลียมาแล้วกว่า 5,000 ชิ้น | ภาพจาก: The Sydney Morning Herald
OpenAI, Anthropic, Microsoft และ Google ต่างแจ้งรัฐบาลที่แคนเบอร์ราว่ากฎหมายลิขสิทธิ์ของออสเตรเลียจะเป็นปัจจัยตัดสินว่าบริษัทจะฝึกโมเดลหลักในประเทศหรือไม่ ลิขสิทธิ์มักเป็นของสตูดิโอ ค่ายเพลง สำนักพิมพ์ หรือผู้ลงโฆษณา ไม่ได้เป็นของนักแสดงหรือนักเขียนที่สร้างงาน สหภาพแรงงานสื่อเตือนว่า ภายใต้ข้อตกลงและกองทุนที่เสนอกันอยู่ เงินจะไหลไปที่ผู้ถือลิขสิทธิ์
ดันแคนไม่เคยถือลิขสิทธิ์โฆษณาที่ตัวเองพากย์ เธอให้การว่า หากข้อมูลชีวมิติ (ข้อมูลลักษณะทางร่างกาย เช่น เสียงและใบหน้า) ของเธอ รวมถึงทักษะ 20 ปี ในอุตสาหกรรมถูกใช้สร้างการแสดงเหล่านั้น เธอควรมีสิทธิ์มีเสียง เธอระบุว่าลูกค้าไม่ควรได้ผลงานการแสดงเลย หากผลงานนั้นเกิดขึ้นได้เพราะการฝึก ทักษะ ประสบการณ์ และความคิดสร้างสรรค์ของเธอและผู้อื่นอีกจำนวนมาก ถูกแปลงเป็นตัวเลข 0 กับ 1 ป้อนเข้าโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) โดยไม่จ่ายค่าตอบแทน แล้วส่งออกมาเป็นผลงานใหม่
ดันแคนรู้จักนักพากย์และนักแสดงที่ถูกแทนที่ด้วยสำเนา AI ของตัวเอง เสียงหรือใบหน้าของพวกเขาถูกนำไปใช้ในแคมเปญใหม่โดยไม่ได้รับความยินยอมและไม่ได้รับค่าตอบแทน เพื่อนร่วมอาชีพคนหนึ่งถามโปรดิวเซอร์ว่าทำไมไม่ปรึกษาเขาก่อน โปรดิวเซอร์ตอบว่า “สันนิษฐานว่าได้รับความยินยอมแล้ว”
ดันแคนบอกว่ารู้สึกเหมือนถูกละเมิด และกล่าวว่าความยินยอมไม่ควรถูกสันนิษฐาน ส่วนเคนเนดีบอกคณะกรรมาธิการว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับความยินยอมเป็นหลัก ส่วนค่าตอบแทนเป็นเรื่องรอง เขาระบุว่าการให้ถอนตัวหลังเกิดเหตุแล้วช้าเกินไป เพราะไม่มีใครย้อนการละเมิดกลับได้
ฝึกแชตบอตให้มาแทนที่ตัวเอง
ในองค์กรขนาดใหญ่ของออสเตรเลีย ความกังวลคือการสูญเสียงานทั้งหมด โทนี เชลดอน (Tony Sheldon) วุฒิสมาชิกพรรคแรงงาน (Labor) ซักถามแมตต์ โคมิน (Matt Comyn) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Commonwealth Bank ถึงกรณีของแคทริน ซัลลิแวน (Kathryn Sullivan) ซึ่งเชลดอนระบุว่าทำงานที่ธนาคารมา 25 ปี
เชลดอนระบุว่าเมื่อปี 2025 ธนาคารมอบหมายให้ซัลลิแวนฝึกแชตบอต (โปรแกรมตอบแชตอัตโนมัติ) ของธนาคาร จากนั้นแจ้งเธอล่วงหน้า 1 วันว่าแชตบอตจะรับงานของเธอ
โคมินตอบว่าไม่ทราบว่าแจ้งล่วงหน้า 1 วันจริงหรือไม่ แต่ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของธนาคาร เขากล่าวว่าเคยขอโทษเรื่องนี้มาแล้ว และไม่ลังเลที่จะขอโทษอีก เขายังกล่าวถึงปัญหาที่ยังต้องรับมืออีกมาก คือพนักงานจำนวนมากรู้สึกอยู่แล้ว และจะรู้สึกต่อไปว่า ตนกำลังสอนงานให้ AI มาแทนที่ตัวเอง
AI ในสายงานค้าปลีกและคลังสินค้า
สหภาพแรงงานระบุว่า สำหรับแรงงานค่าจ้างต่ำจำนวนมาก AI ทำหน้าที่เป็นหัวหน้างานอยู่แล้ว สมาคมพนักงานค้าปลีก จัดจำหน่าย และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง (Shop, Distributive and Allied Employees Association) เป็นตัวแทนพนักงานค้าปลีก ฟาสต์ฟู้ด และคลังสินค้า 200,000 คน โรเบิร์ต ทอนคลี (Robert Tonkli) หัวหน้าเจ้าหน้าที่ประจำสมาคม ให้การต่อคณะกรรมาธิการเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมว่า AI กำหนดตารางงาน มอบหมายงาน และมีบทบาทมากขึ้นในการตัดสินว่าใครจะถูกจัดการเรื่องผลงาน
เอกสารที่สมาคมยื่นระบุถึงพนักงานซูเปอร์มาร์เก็ตที่ทำงานมากกว่า 30 ปี และได้รับใบเตือนครั้งสุดท้ายเป็นลายลักษณ์อักษรจากความผิดพลาดในการสแกนสินค้า ระบบเช็กเอาต์ AI ที่ใช้กล้องเหนือศีรษะจับคู่สินค้ากับการสแกนเป็นผู้ออกใบเตือน เธอสแกนผิดราว 1 ชิ้นในทุก 533 ชิ้น หรืออัตราผิดพลาดราว 0.18% ไม่มีใครบอกเธอว่าระบบยอมรับอัตราผิดพลาดได้เท่าใด สมาคมได้คัดค้านใบเตือนนี้
ที่ศูนย์กระจายสินค้า Aldi ในนิวเซาท์เวลส์ เอกสารระบุว่ามีการนำเกณฑ์การหยิบสินค้าแบบใหม่มาใช้ โดยคำนวณจากข้อมูลคลังสินค้า และไม่ได้ปรึกษาพนักงานหรือสหภาพ ฝ่ายบริหาร Aldi รายงานว่าปริมาณงานที่ทำได้เพิ่มขึ้น 16% และต้นทุนแรงงานลดลง 26% พนักงานที่สหภาพแรงงานสำรวจรายงานว่ามีความเครียด ความเหนื่อยล้า และการบาดเจ็บ และบอกว่าหากทำไม่ถึงเป้าอาจถูกตักเตือนหรือเสียงาน
โฆษกของ Aldi ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเกณฑ์ประสิทธิภาพการหยิบสินค้าทำให้ความปลอดภัยของพนักงานเสี่ยง และระบุว่าบริษัทปรึกษาพนักงานและจัดการฝึกอบรมเมื่อนำกระบวนการใหม่มาใช้ โฆษกระบุว่า Aldi เพิ่งพบกับสหภาพ และเชิญให้ส่งรายละเอียดข้อกังวลเพื่อตรวจสอบ แต่ยังไม่ได้รับ
เชลดอนกล่าวว่าตัวอย่างของสหภาพแรงงานเท่ากับ “ปฏิบัติต่อคนเหมือนบาร์โค้ดที่มีชีพจร” ฝ่ายนายจ้างโต้กลับ หอการค้าและอุตสาหกรรมออสเตรเลีย (Australian Chamber of Commerce and Industry: ACCI) แจ้งคณะกรรมาธิการในเอกสารว่ามีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะแสดงว่า AI ก่อความเสียหายเชิงระบบในที่ทำงาน และกฎหมายเดิมว่าด้วยสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และการปรึกษาหารือ ใช้บังคับได้อยู่แล้ว
เมื่อคราวที่โรงงานรถยนต์ปิดตัว
โรงงาน Ford ที่จีลองในเดือนตุลาคม 2016 | ภาพจาก: The Sydney Morning Herald/Penny Stephens
ออสเตรเลียเคยเผชิญการเลิกจ้างจำนวนมากมาก่อน Ford ปิดโรงงานที่จีลองในเดือนตุลาคม 2016 ส่วนโรงงานของ Toyota ที่อัลโตนา และที่เอลิซาเบธ ปิดตามในปีถัดมา รายงานประเมินผลปี 2019 ที่จัดทำให้กระทรวงจัดหางานของรัฐบาลกลาง ระบุว่าการแจ้งล่วงหน้าเป็นระยะเวลานานของบริษัทรถยนต์ เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายอย่างเป็นไปด้วยดี รายงานนับเงินช่วยเหลือราว 380 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียจากรัฐบาลกลาง รัฐวิกตอเรีย รัฐเซาท์ออสเตรเลีย และบริษัทรถยนต์ เงินจำนวนนี้ครอบคลุมแรงงานในห่วงโซ่อุปทานและโครงการสำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วนด้วย
ท้ายที่สุดมีตำแหน่งงานหายไปราว 14,000 ตำแหน่ง คิดเป็นราว 27,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อตำแหน่ง
แพ็กเกจช่วยเหลือผลกระทบจาก AI ของรัฐวิกตอเรียมูลค่า 14 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย มีเป้าหมายช่วยแรงงานกว่า 6,200 คนให้ฝึกอาชีพใหม่ คิดเป็นราว 2,260 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อคน แผนปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ (National AI Plan) ของรัฐบาลกลางไม่มีกองทุนในลักษณะเดียวกันสำหรับแรงงานที่ถูกกระทบจาก AI
โครงการมูลค่า 90 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียของ Commonwealth Bank หรือ CBA คิดเป็นราว 1,700 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อคนตลอด 3 ปี เมื่อกระจายให้พนักงานเต็มเวลาราว 51,700 คน เงินก้อนนี้ตกถึงพนักงานทุกคน ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่ตำแหน่งงานมีความเสี่ยง
แม้มีเงินช่วยเหลือขนาดนั้น การฟื้นตัวของแรงงานรถยนต์ก็ไม่เท่ากัน แอนดรูว์ เบียร์ (Andrew Beer) คณบดีฝ่ายบริหารของคณะธุรกิจ มหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลีย (University of South Australia) ติดตามแรงงานกลุ่มนี้ระหว่างปี 2020 ถึง 2024 เมื่อสิ้นสุดการศึกษา ราว 72% มีงานทำ และน้อยกว่า 4% ว่างงาน แต่รายได้ของคู่สมรสและบ้านที่เป็นของตนเองช่วยให้ครอบครัวประคองตัวได้มากกว่าตลาดแรงงาน และคนอายุน้อยที่สุดเป็นกลุ่มที่ผลลัพธ์แย่ที่สุด
เบียร์ยกตัวอย่างผู้หญิงวัย 45 ปีที่ทำงานในแผนกบัญชีลูกหนี้การค้า (accounts receivable) แล้วถูกเลิกจ้างเพราะ AI รับงานแทน เขาบอกกับ The Sydney Morning Herald ว่าคนแบบนี้ลดระดับลงในลำดับชั้นของแรงงาน ได้ค่าจ้างต่ำลง ไปอยู่ในอุตสาหกรรมที่มั่นคงน้อยลง และมุ่งอยู่ให้ได้มากกว่าจะก้าวหน้า
ข้อเสนอต่อรัฐสภา
สถานการณ์จะไม่เปลี่ยนหากรัฐสภาไม่ออกกฎหมาย เดือนพฤศจิกายน 2024 คณะกรรมาธิการวุฒิสภาว่าด้วยการนำ AI มาใช้ (Senate committee on adopting AI) ที่เชลดอนเป็นประธาน ทำข้อเสนอ 13 ข้อ รวมถึงการขยายการคุ้มครองความปลอดภัยในที่ทำงานให้ครอบคลุม AI เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม เชลดอนยังผลักดันให้กฎหมายความปลอดภัยในที่ทำงานครอบคลุม AI
คณะกรรมาธิการชุดนี้ทำให้มีคำมั่นบางข้อเข้าสู่บันทึกการประชุม Anthropic ระบุว่าการแจ้งรัฐบาลเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ “อาจขึ้นอยู่กับนโยบายภายในของ Anthropic ณ ตอนนี้” และทั้ง Anthropic กับ OpenAI ระบุว่าจะสนับสนุนกฎหมายที่บังคับให้เปิดเผยเหตุการณ์ แอนดรูว์ ชาร์ลตัน (Andrew Charlton) ผู้ช่วยรัฐมนตรี ระบุเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 ว่าเหตุการณ์ที่เมดิแคร์จะมีผลต่อมาตรฐาน AI แห่งชาติที่รัฐบาลสัญญาว่าจะออกเป็นกฎหมาย
นักพากย์เสียงเรียกร้องต่อแคนเบอร์รามาหลายปีแล้ว เคนเนดีบอกคณะกรรมาธิการว่านักการเมือง “เก่งเรื่องพยักหน้า” เขาบอกว่าไม่ได้พูดเชิงประชด นักการเมืองฟังแล้วก็บอกว่าสิ่งที่พูดมีเหตุผล จากนั้นเขากล่าวเพิ่มว่า ต้องมีการลงมือทำจริง
ข้อเรียกร้องแรกของดันแคนคือให้แจ้งผู้ชมเมื่อนักแสดงไม่ใช่คนจริง เธอกล่าวว่าหากมีการนำเสนอมนุษย์ที่สร้างด้วย AI ไม่ว่ารูปแบบใด ผู้ชมควรรู้
คณะกรรมาธิการจะรายงานผลวันที่ 30 พฤศจิกายน 2026 ทางเลือกที่พิจารณามีตั้งแต่การบังคับรายงานเหตุการณ์ AI ไปจนถึงการเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษจากบริษัท AI เพื่อจ่ายให้ผู้สร้างผลงาน ซึ่งสหภาพสื่อต้องการ สหภาพค้าปลีกผลักดันให้ตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ภายในคณะกรรมาธิการแฟร์เวิร์ก (Fair Work Commission) ข้อเสนอเหล่านี้ไม่ผูกมัดรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาเลือกใช้กฎหมายเดิมมากกว่าออกกฎหมายใหม่
ควอนออกจากรัฐสภาด้วยรถตู้ติดฟิล์มทึบ หลังตอบคำถามเรื่องสาเหตุที่เกิดการเข้าถึงข้อมูลเมดิแคร์อย่างไม่ชัดเจนนัก ดันแคนยังพากย์โฆษณาเมื่อมีงานเข้ามา แต่เธอไม่มีวิธีติดตามว่าไฟล์เสียงถูกนำไปใช้อย่างไรบ้าง.
ที่มา:
‘I never gave consent’: The Australians being replaced with copies of themselves (David Swan, The Sydney Morning Herald, 10 October 2026)
* รายงานพิเศษ
* แรงงาน
* ต่างประเทศ
* ไอซีที
* ออสเตรเลีย
* AI
* คนทำงานร่วม AI