dlvr.it
15 เรื่อง ว่าด้วย '6 ตุลา' ประชาไทอาสา 'อ่านให้ฟัง'
15 เรื่อง ว่าด้วย '6 ตุลา' ประชาไทอาสา 'อ่านให้ฟัง'
Pazzle
Mon, 2026-10-05 - 15:49
รับฟัง 15 Podcasts ว่าด้วย '6 ตุลา' ประชาไท #อ่านให้ฟัง หยิบบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ 6 ตุลา มาอ่านให้คุณฟัง แบบไม่ต้องอ่าน
1. จดหมายเล่าเหตุการณ์เช้ามืด 6 ตุลา จากหนังสือ'เราคือผู้บริสุทธิ์' [ฉบับที่1]
จดหมายจากชวลิต วินิจจะกูล ฉบับที่ 1
ผมจะเริ่มเล่าตั้งแต่เย็นวันที่ 5 ตุลา 2519...
ผมเห็นใบปลิวกระดาษปอนด์ลงรูปถ่ายที่กล่าวหาว่าพวกเราแสดงละครหมิ่นฯ องค์รัชทายาท ตั้งแต่ตอนประมาณ 18.00 น. วันที่ 5 ต.ค. ต่อจากนั้นผมได้ดู น.ส.พ. ดาวสยาม (มายืนขายหน้า มธ.ด้วย) ผมเห็นแล้วแค้นมากที่กล่าวหาเราเช่นนั้น คนนับพันเมื่อวันที่ 4 เป็นพยานได้ เราไม่เคยแสดงละครแล้วตบแต่งรูปร่างหน้าตาดังรูปที่พิมพ์ออกแจกนั้นเลย นศ.ปี 1 มธ. ดูตั้งนานไม่เห็นมีปฏิกิริยาอะไร กลับมาเป็นเรื่องราวก็ต่อเมื่อลงใบปลิวและลง น.ส.พ. นี่แหละ ตอนนั้นผมไม่เข้าใจชัดนักว่า เขากล่าวหาเราเช่นนี้ทำไม คิดว่าคงใส่ร้ายป้ายสีกันตามเคย แต่ผมก็รู้สึกเหมือนคนอื่นๆ ว่าเหตุการณ์ตึงเครียดขึ้นทุกที
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2012/10/43012
2. จดหมายเล่าเหตุการณ์เช้ามืด 6 ตุลา จากหนังสือ'เราคือผู้บริสุทธิ์' [ฉบับที่2]
จดหมายจากชวลิต วินิจจะกูล ฉบับที่ 2
6.00 น. เศษ สุธรรมขึ้นเวทีครั้งสุดท้าย ให้กำลังใจแก่ผู้ชุมนุมและจะไปพบนายกฯ เสนีย์ เจรจาขอให้หยุดยิง ขณะพูดอยู่ สุธรรมเกือบถูกกระสุนจึงต้องหมอบราบกับเวที พูดต่อจนจบแล้วออกไปจากมธ.
ตำรวจพาตัวสุธรรมกับเพื่อนๆ ไป แต่ยังไม่ยอมให้ใครออกอีกเลยแม้แต่ผู้บาดเจ็บ
ระเบิดสงครามลงใกล้หอฯ ใหญ่ เข้ามาบริเวณสนามบอล ควันดำโขมง เห็นเพื่อน 2 คนล้มกลิ้งม้วนออกมาจากกลุ่มควันแล้วแน่นิ่งไป
ประมาณ 6.30 น. พวกเราพยายามเจรจาขอออกนอกมธ. ทางประตูท่าพระจันทร์ แต่ ตำรวจไม่ยอม
มีคนพยายามหาทางออกทางน้ำหลายร้อยคน แต่ตำรวจกลุ่มหนึ่งวิ่งมาบนท่าเรือแล้วยิงขู่ลงน้ำ ต่อมามี ตำรวจน้ำแล่นเรือมากลางแม่น้ำแล้วยิงเข้าใส่ มธ. ทั้งยังแล่นไล่จับคนที่ลอยคออยู่ในน้ำด้วย
ขณะนั้นในแม่น้ำไม่มีเรืออื่นเลย เพราะตั้งแต่เช้ามีคนพยายามหนีโดยขอความช่วยเหลือจากชาวเรือแถบนั้น ตำรวจน้ำแล่นมาพบจึงประกาศห้ามเรือทุกลำในบริเวณนั้นช่วยเหลือพวกเราอย่างเด็ดขาด ซ้ำยังไล่เรือทุกลำออกจากบริเวณทั้งหมด
รถพยาบาล 5-6 คันที่ลำเลียงคนเจ็บตั้งแต่ถูกระเบิดเมื่อ 5.30 น. ยังออกจากมธ.ไม่ได้ คนที่ทราบต่างรู้สึกเจ็บใจเหลือเกิน ผมโกรธอย่างบอกไม่ถูก เราขอร้องให้ตำรวจยอมให้เราพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ขอร้องจนกลายเป็นอ้อนวอนเพื่อเห็นแก่ชีวิต
เสียงอ้อนวอนไม่ทำให้ความบ้าคลั่งลดลง ตำรวจไม่ยอม...
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2012/10/43012
3. เปิดคำให้การ 'ตำรวจพลร่ม' ปฏิบัติการสงครามลับ บอกระดับความโหดฝ่ายขวา
ผู้ที่สนใจเรื่อง 6 ตุลาต่างทราบดีว่ากำลังหลักที่ใช้ในการปราบปรามนักศึกษาประชาชนเมื่อวันที่ 6 ตุลา 2519 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นคือตำรวจ ไม่ใช่ทหาร ประกอบด้วยตำรวจหน่วยปราบจลาจลหรือหน่วยคอมมานโด, ตำรวจจากสถานีตำรวจต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ, แผนกอาวุธพิเศษหรือหน่วยสวาท, สันติบาล, กองปราบฯ, ตำรวจตระเวนชายแดน และตำรวจพลร่มจากค่ายนเรศวร หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์
ในบรรดาหน่วยเหล่านี้ หน่วยที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดน่าจะเป็น “หน่วยตำรวจพลร่ม” (the Royal Thai Police Aerial Reinforcement Unit – PARU) ชื่อทางการในปัจจุบันคือ “กองกำลังสนับสนุนทางอากาศตำรวจตระเวนชายแดน” แต่หน่วยพลร่มไม่ใช่ ตชด.ทั่ว ๆ ไป ไม่ได้ทำหน้าที่แค่กระโดดร่มเท่ๆ แต่เป็นหน่วยพิเศษที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อปฏิบัติการลับในสงคราม ก่อตั้งขึ้นมาด้วยฝีมือและแนวคิดของซีไอเอล้วนๆ
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2018/05/76938
4. สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เปิด นสพ. เก่า อ่านชนวน 6 ตุลา ผ่านข่าวก่อนเกิดเหตุ
5 ต.ค. 2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ค “วันนี้เมื่อ 36 ปีก่อน” โดยนำรูปปกหนังสือพิมพ์เก่าฉบับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ดาวสยาม บ้านเมือง ไทยรัฐ บางกอกโพสต์ ประชาชาติ เปรียบเทียบการพาดหัวข่าวเกี่ยวกับการชุมนุมใหญ่ของประชาชนและนักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันที่ 1, 2, 3, 4, 5 ตุลาคม 2519 ก่อนจะเกิดเหตุการณ์กวาดล้างนักศึกษาและประชาชนในวันที่ 6 ตุลาคม 2519
สำหรับในวันนี้ ( 5 ต.ค.) เมื่อ 36 ปีที่แล้ว สมศักดิ์ ได้วิเคราะห์ข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ ไว้ว่า ชนวนของการจุดประเด็นเรื่องละครแขวนคอ อันเป็นเหตุให้ฝ่ายขวาลุกฮือและมีการกวาดล้างผู้ชุมนุมอย่างโหดเหี้ยมนั้น ถูกจุดขึ้นจากประเด็นเพียงเล็กน้อยและด้วยเวลาอันรวดเร็วเพียงใด ทั้งที่สื่อมวลชนเกือบทั้งหมด รวมทั้งดาวสยามเองนำเสนอข่าวการแสดงละครนี้ในวันที่ 5 ต.ค. เป็นเพียงข่าวเล็กๆ ที่แทบไม่ได้รับความสนใจ
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2012/10/43000
5. คำให้การจาก ‘เหยื่อ’ 6 ตุลาคม 2519 ความทรงจำยังไม่จาง
"ดิฉันไปเห็นคนตายอยู่ตรงหน้า อมธ." รื้อฟื้นและทบทวนความทรงจำ เพื่อจดจำ ผ่านคำให้การของผู้อยู่ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่เคยให้ไว้กับคณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เมื่อปี 2542
ความทรงจำต่อเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 หมุนกลับอีกเป็นครั้ง ความทรงจำในหนนั้นต่อประวัติศาสตร์การเมืองไทย คล้ายคลึงมีอยู่ คลับคล้ายถูกลืม เป็นโศกนาฏกรรมที่ชนชั้นนำไม่อยากให้จารึกในบทเรียน ฝ่ายขวาไม่อยากเอ่ยถึง และเหยื่อยังไม่เคยได้รับความเป็นธรรม
‘ประชาไท’ โดยความอนุเคราะห์ข้อมูลจากหอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำส่วนหนึ่งของความทรงจำ 6 ตุลา 19 กลับมาทบทวนอีกครั้ง ผ่านปากคำของผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่เคยให้ไว้กับคณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เมื่อปี 2542
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2017/10/73570
6. บันทึก 6 ตุลา: หญิงสาวผู้ถูกละเมิดในเช้าวันที่ 6 ตุลา 2519
เมื่อเดือนกันยายน 2560 โครงการ “บันทึก 6 ตุลา” ได้เขียนรายงานเรื่อง “ปริศนาความตายกรณี 6 ตุลา” โดยระบุว่าเราไม่รู้ว่าหญิงสาวที่เสียชีวิตในสภาพเปลือยเปล่า มีไม้หน้าสามวางอยู่ข้างๆ เสมือนถูกล่วงละเมิดทางเพศคือใคร เพราะเมื่อดูเอกสารชันสูตรพลิกศพแล้ว ไม่มีเอกสารใดระบุว่ามีผู้หญิงถูกข่มขืนหรือถูกทำร้ายทางเพศ แต่ ณ วันนี้เมื่อหนึ่งในทีมงานได้พิจารณาเอกสารชันสูตรฯ ของวัชรีอีกครั้ง ก็พบว่าเธอมีใบหน้าคล้ายกับหญิงสาวคนดังกล่าวอย่างมาก ทั้งในแง่โครงหน้า รูปกราม ดวงตาและปากที่ปิดไม่สนิท ณ ปัจจุบันเราจึงสรุปข้อมูลบางส่วนได้ดังนี้
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2018/04/76575
7. 6 ตุลา “ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป”
วิกิพีเดียบันทึกประวัติของ กิตติวุฑโฒ ภิกขุ ไว้ตอนหนึ่งว่า ช่วงก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลา เคยกล่าวว่า “ฆ่าคอมมิวนิสต์ ไม่บาป” ซึ่งถูกฝ่ายขวา อันได้แก่นวพล กลุ่มกระทิงแดงในสมัยนั้นนำไปใช้เป็นวาทกรรมโจมตีฝ่ายซ้าย และยุยงให้คนไทยเกลียดชังนิสิตนักศึกษาที่ชุมนุมต่อต้านการกลับเข้าประเทศของจอมพลถนอม กิตติขจรในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นำไปสู่การสังหารหมู่ในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519
กิตติวุฑโฒ ได้ตีความพุทธศาสนาสนับสนุนความรุนแรงในนามของการปกป้องอุดมการณ์ “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” ผ่านคำให้สัมภาษณ์นิตยสารจตุรัส ฉบับวันที่ 29 มิถุนายน 2519 ไว้ดังนี้
จตุรัส : การฆ่าฝ่ายซ้าย หรือคอมมิวนิสต์บาปไหม
กิตฺติวุฑฺโฒ: อันนั้นอาตมาก็เห็นว่าควรจะทำ คนไทยแม้จะนับถือพุทธก็ควรจะทำ แต่ก็ไม่ชื่อว่าถือเป็นการฆ่าคน เพราะว่าใครก็ตามที่ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นั้นไม่ใช่คนสมบูรณ์ คือต้องตั้งใจ (ว่า) เราไม่ได้ฆ่าคนแต่ฆ่ามารซึ่งเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2013/10/49085
8. ความรู้สึกผิด ความหวัง และบาดแผลในความเงียบของเหยื่อ 6 ตุลา #บันทึก6ตุลา
ในกรณีการสังหารหมู่ 6 ตุลา 2519 เป็นที่ทราบกันดีว่าความกลัวเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตต้องทนทุกข์อยู่กับความเงียบ แม้ว่าจะผ่านไปแล้วกว่า 40 ปีหลายครอบครัวก็ยังไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนของตน เพราะพวกเขามองว่ากลุ่มอำนาจที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 ตุลา ยังคงมีอำนาจต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน เมื่อคนทำผิดไม่ต้องรับผิด ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจึงต้องถูกลงฑัณฑ์ซ้ำสองให้ก้มหน้ากล้ำกลืนกับความอยุติธรรมต่อไป...
ในบรรดาผู้ที่เสียชีวิตฝ่ายประชาชนจำนวน 40 คนนี้ มีหลายคนที่เรายังไม่รู้ว่าเขาคือใครแม้ว่าเราจะเห็นรูปถ่ายของพวกเขาจนชินตา ได้แก่ ชายไทย 3 คนที่อยู่ในเอกสารชันสูตรพลิกศพแต่ไม่ทราบชื่อ ผู้ชายที่ถูกแขวนคอสองคนที่ถ่ายโดยช่างภาพของสำนักข่าวเอพีนายนีล อูเลวิช และหนึ่งในภาพถ่ายนั้นได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ในปี 2520 (คนที่ถูกแขวนคอมีทั้งหมด 5 คน อูเลวิชถ่ายภาพได้ 2 คน) ร่างที่ถูกเผาจนเหลือแต่กระดูกและระบุเพศไม่ได้ 4 คนบนถนนราชดำเนินใกล้กับรูปปั้นแม่พระธรณีบีบมวยผม เราไม่รู้ว่าพวกเขาคือใคร ครอบครัวของเขาอยู่ที่ไหน รับรู้หรือไม่ว่าลูกหลานของตนเสียชีวิตแล้ว หรือยังเฝ้ารอการกลับมาของพวกเขาอยู่อย่างเงียบงัน
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2018/10/78975
9. การทำร้ายศพเมื่อ 6 ตุลา 2519: ใคร อย่างไร ทำไม
หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เป็นที่รู้จักและอยู่ในความทรงจำของเราคือ พฤติกรรมที่โหดร้ายทารุณอย่างเหลือเชื่อในวันนั้น จนถึงวันนี้ เราคงได้เห็นภาพความโหดร้ายครั้งนั้นพอสมควรแล้ว แต่เรามักเข้าใจผิดว่าการกระทำอันน่ารังเกียจน่าขยะแขยงทั้งหลายเป็นสาเหตุให้คนเหล่านั้นเสียชีวิต
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2018/11/79622
10. หนังสือในมือเจ้าหน้าที่ 2 เล่มจากที่เกิดเหตุ 6 ตุลา 19
ภาพถ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 พร้อมชูหนังสือ 2 เล่มที่ว่านั้นคือ "ด้วยเลือดและชีวิต : รวมเรื่องสั้นเวียดนาม" ผลงานแปลของจิตร ภูมิศักดิ์ และ "คติพจน์ประธานเหมาเจ๋อตุง" โดยชะตากรรมของหนังสือทั้ง 2 เล่มหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 เคยถูกประกาศให้เป็นหนังสือต้องห้าม ปัจจุบันเป็นหนังสือที่สามารถยืมได้ในห้องสมุด ม.ธรรมศาสตร์ รวมทั้งมีจำหน่ายอยู่ในเว็บขายหนังสือเก่า
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2017/10/73565
11. 15 เรื่องเพื่อทำความรู้จักกับ "จารุพงษ์ ทองสินธุ์" หนึ่งในผู้เข้าสอบ 6 ตุลาคม 2519
วันที่ 27 กันยายน 2519 จารุพงษ์บอกกับแม่ว่าเขามีสอบในวันที่ 6 ตุลาคม เขาจะไปสอบและจะกลับบ้านในวันที่ 11 ตุลาคม แม่ลิ้มและพ่อจินดา ทองสินธุ์ จึงนั่งรถไฟออกจากกรุงเทพในวันนั้น โดยที่ไม่รู้เลยว่านั่นคือครั้งสุดท้ายที่พวกเขาจะได้เห็นหน้าลูกของตนเอง
ในเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ขณะที่นักศึกษากำลังถูกล้อมปราบและสังหารด้วยอาวุธสงครามอย่างโหดร้ายทารุณ ที่ตึกกิจกรรมนักศึกษาหลายคนยังไม่ได้หลบหนี จารุพงษ์เป็นคนคอยวิ่งขึ้นลงไล่ให้เพื่อนๆรีบหนีไปให้หมด ระหว่างที่เพื่อนๆ ทะยอยลงจากตึก จารุพงษ์จะเป็นคนที่คอยยืนคุ้มกันให้และหลังจากที่แน่ใจว่าไม่มีใครหลงเหลืออยู่แล้ว เขาจึงวิ่งไปทางตึกคณะนิติศาสตร์เพื่อที่จะไปลำเลียงผู้บาดเจ็บที่จมอยู่ในกองเลือดออกมา
แต่หลังจากไล่เพื่อนๆ ออกจากตึกกิจกรรมในช่วงเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 เพื่อนๆ ของเขาก็ไม่มีใครพบเห็นจารุพงษ์อีกเลย
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2013/10/49130
12. รื้อประตูแดงชนวนเหตุ ‘6 ตุลา’
ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นวันนั้นที่ประตูแดง
บ้างว่าพวกเขาถูกฆ่าในโรงพัก ต้องล้างคราบเลือดในห้องสอบสวน ก่อนถูกพาร่างมาแขวนคอไว้ที่นี่ บ้างบอกว่ามีการซ้อมทรมานก่อนที่จะฆ่า บ้างเชื่อว่าวิญญาณของพวกเขาอาจยังอยู่ แต่ไม่ได้หลอกหลอนให้ใครหวาดกลัว
เดือนกันยายน 2519 ในช่วงกระแสขวาพิฆาตซ้าย ช่วงเวลาที่นักกิจกรรม นักศึกษา หรือนักวิชาการถูกทำร้ายและลอบสังหาร ในวันที่ 24 กันยายน วิชัย เกษศรีพงศ์ษาชาวบุรีรัมย์ และชุมพร ทุมไมยชาวอุบลราชธานี พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนครปฐมและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมในสภาพลิ้นจุกปาก ศพถูกแขวนคออยู่ที่ประตูสีเทาอมฟ้าที่สนิมกัดกร่อนจนชาวบ้านแถวนั้นเรียกกันว่า ‘ประตูแดง’
ภาพความโหดเหี้ยมของการฆาตกรรมครั้งนี้ปรากฎเป็นข่าวใหญ่ในหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ
จากนั้นนักศึกษาธรรมศาสตร์ได้แสดงละครเพื่อแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงที่รัฐกระทำกับประชาชนที่รณรงค์ต่อต้านการกลับมาของเผด็จการถนอมประพาส โดยมีฉากแขวนคอเลียนแบบเหตุการณ์ที่ประตูแดง นำไปสู่การใส่ร้ายป้ายสีว่านักศึกษากระทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพองค์รัชทายาท เนื่องจากใบหน้าของนักศึกษาที่แสดงเป็นคนถูกแขวนคอละม้ายคล้ายกับองค์รัชทายาท ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงวันที่ 6 ตุลาคม
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2019/06/83050
13. ‘6 ตุลา’ กับความรุนแรงที่ไม่เคยจางหายไปจากกรรมกร
การลุกขึ้นมาต่อสู้ทั้งกรรมกรและชาวนานี้ ส่งผลให้ฝ่ายที่สูญเสียผลประโยชน์จากการที่เคยกดขี่เริ่มรุกกลับ จึงเกิดปรากฏการณ์ “ขบวนการขวาพิฆาตซ้าย” โดยก่อนถึงเหตุการณ์ใหญ่อย่าง 6 ตุลา 19 นั้น ผู้นำกรรมกรและชาวนาถูกลอบสังหารจำนวนมาก โดยในส่วนของกรรมกรนั้น ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2518 เกิดการนัดหยุดงานของกรรมกรหญิงโรงงานกระเบื้องเคลือบวัฒนาวินิลไทม์ อำเภอกระทุ่มแบน ฝ่ายนายจ้างใช้อันธพาลเข้าคุ้มครองโรงงาน เกิดการปะทะกับฝ่ายกรรมกร เป็นเหตุให้ น.ส.สำราญ คำกลั่น กรรมกรหญิงอายุ 15 ปี ถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เกิดความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตในการนัดหยุดงาน อ่าน ‘6 ตุลา’ กับความรุนแรงที่ไม่เคยจางหายไปจากกรรมกร
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2009/10/26085
14. บันทึกการตามหา The Chair Man
ในเดือนกันยายน 2560 ฉันเขียนสรุปเรื่อง “ปริศนาความตายกรณี 6 ตุลา” ให้กับโครงการ “บันทึก 6 ตุลา” ประเด็นหนึ่งที่กล่าวถึงคือภาพชายที่ถือเก้าอี้ฟาดใส่ร่างของเหยื่อที่ถูกแขวนคอ ณ ท้องสนามหลวง ซึ่งได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ในปี 2520 ถ่ายโดยนีล อูเลวิช เป็นภาพเกี่ยวกับ 6 ตุลาที่มีคนเห็นมากที่สุดภาพหนึ่งจนทำให้ “เก้าอี้” ในมือของเขากลายเป็นสัญลักษณ์ของความรุนแรง แต่ 40 ปีผ่านไป เรายังไม่รู้ว่าเขาคือใคร และมีน้อยคนที่สนใจถามว่าเขาคือใคร เราจึงขอเรียกเขาว่า the Chair Man ไปก่อน
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2018/04/76436
15. ลอบสังหาร "อินถา ศรีบุญเรือง" ผู้นำชาวนาภาคเหนือ-ต่อสู้เพื่อสิทธิชาวนาไทย
เช้าวันที่ 31 กรกฎาคม 2518 หรือวันนี้เมื่อ 46 ปีที่แล้ว เกิดเหตุลอบสังหาร "อินถา ศรีบุญเรือง" หรือ "พ่อหลวงอินถา" รองประธานสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย และประธานสหพันธ์ชาวนาชาวไร่ภาคเหนือ วัย 45 ปี ที่บ้านพักซึ่งเป็นร้านขายของชำภายในชุมชนใกล้วัดร้องดอนชัย ต.ป่าบง อ.สารภี จ.เชียงใหม่
รายงานในหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ฉบับวันที่ 1 สิงหาคม 2518 ระบุว่า วันเกิดเหตุเมื่อ 31 กรกฎาคม อินถาขายของชำแทนภรรยาที่ไปอบรมวิชาอนามัยที่อำเภอ ต่อมาเวลาประมาณ 09.45 น. ชายสองคนขับขี่จักรยานยนต์ยามาฮ่าสีแดงมาที่ร้านขายของชำ คนหนึ่งติดเครื่องจักรยานยนต์รออยู่ ส่วนชายคนแต่งชุดสากลสีเข้มที่นั่งซ้อนท้ายเดินเข้ามาหาอินถาทำทีขอซื้อบุหรี่ แต่ไม่มีขาย จึงขอซื้อลูกอมฮอลล์ เมื่ออินถายื่นลูกอมฮอลล์ ชายผู้นั้นควักธนบัตรใบละ 5 บาท ยื่นให้อินถา แต่พออินถาเบี่ยงตัวจะหยิบเงินทอน ชายผู้นั้นก็ชักปืนพก .22 แม็กนั่มติดกระบอกเก็บเสียง จ่อยิงศีรษะด้านขวา กระสุนทะลุออกแก้มซ้ายเสียชีวิตคาที โดยชายผู้เป็นมือปืนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์หลบหนีไป
เยี่ยมเยือน "เรือนคำ ศรีบุญเรือง" คู่ชีวิตของ "อินถา ศรีบุญเรือง" 46 ปีภายหลังการลอบสังหารรองประธานสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย และบรรณาธิการ "ชาวนาไทย" ในช่วงการต่อสู้ของชาวนาเพื่อเรียกร้องให้เจ้าที่ดินปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเช่านา ด้วยการลดค่าเช่านา จนเป็นเหตุขัดแย้งและลอบสังหารผู้นำชาวนาทั่วประเทศก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2019/07/83664
* ข่าว
* การเมือง
* สังคม
* อ่านให้ฟัง
* 6 ตุลาคม 2519
* podcast
* Prachatai Podcast