dlvr.it
องค์กรคุ้มครองนักปกป้องสิทธิฯ เรียกร้อง “อนุทิน” ยุติคดีฟ้องหมิ่นประมาท “ยิ่งชีพ iLaw”
องค์กรคุ้มครองนักปกป้องสิทธิฯ เรียกร้อง “อนุทิน” ยุติคดีฟ้องหมิ่นประมาท “ยิ่งชีพ iLaw”
auser15
Fri, 2026-10-09 - 14:46
องค์กรคุ้มครองนักปกป้องสิทธิฯ เรียกร้องให้ยุติคดีหมิ่นประมาทที่อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้อง ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw (ไอลอว์) จากกรณียื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบนักการเมืองที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงเลือก สว. ชี้เป็นสิทธิเสรีภาพการแสดงออกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
วันที่ 8 ต.ค. 2569 เว็บไซต์ของสหพันธ์เพื่อสิทธิมนุษยชนสากล (FIDH) ได้เผยแพร่แถลงการณ์ของกลุ่มสังเกตการณ์เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง สหพันธ์สากลเพื่อสิทธิมนุษยชน (FIDH) และองค์กรต่อต้านการทรมานโลก (OMCT) ถึงกรณีนายกฯฟ้องคดีหมิ่นประมาทยิ่งชีพอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบในการตรวจสอบกิจการสาธารณะและส่งเสริมความรับผิดชอบตามระบอบประชาธิปไตย
โดยวันที่ 15 ก.ย. 2569 อนุทิน ได้มอบอำนาจให้นายศุภชัย ใจสมุทร เป็นโจทก์ยื่นฟ้องยิ่งชีพต่อศาลอาญา ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และ 328 ศาลมีกำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 14 ธ.ค. 2569 หากถูกตัดสินว่ามีความผิดจะมีโทษจำคุกอย่างสูง 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
คดีนี้สืบเนื่องมาจากกรณียิ่งชีพยื่นหนังสือถึงประธานวิปฝ่ายค้านของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อ 21 ก.ค. ขอให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาที่มีนักการเมือง 9 รายจากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งรวมถึงอนุทิน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีการโกงเลือก สว.
จากการสืบสวนของ iLaw พบว่าหลักฐานและคำให้การของพยานในคดีโกงเลือก สว. ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมผู้สมัคร การแจกโพย การให้เงินผู้สมัครโดยเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย ก่อให้เกิดความกังวลเรื่องความโปร่งใสของการเลือกตั้งในครั้งนี้ ต่อมาในวันที่ 22 ก.ค. อนุทินก็ได้ประกาศว่าจะดำเนินคดีกับยิ่งชีพ
กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิฯ ระบุว่า ตั้งแต่ iLaw ก่อตั้งในปี 2552 ก็ได้มีบทบาทอย่างมากในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมประชาธิปไตย เสรีภาพในการแสดงออก กระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม สนับสนุนการมีส่วนร่วมของพลเมืองในกระบวนการปฏิรูปกฎหมายและรัฐธรรมนูญ โดนเฉพาะการล่ารายชื่อเพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มาจากคณะรัฐประหาร นอกจากนั้นยังมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความโปร่งใสในเลือกตั้ง จากการบันทึกความผิดปกติในการลงคะแนนอย่างเป็นระบบและกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง
การเลือกตั้ง สว. ในปี 2567 ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและการซื้อเสียง ภายใต้ระบบการคัดเลือกใหม่นี้ ผู้สมัครกว่า 40,000 คน ต้องลงคะแนนเสียงกันเองผ่านระบบการคัดเลือกหลายรอบในระดับอำเภอ จังหวัด และระดับชาติ เพื่อให้ได้สมาชิกวุฒิสภาจำนวน 200 คน ผลการเลือกตั้งได้นำไปสู่การตรวจสอบจากสาธารณชน เนื่องจากสัดส่วนผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือกในจังหวัดที่เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคภูมิใจไทยนั้นมีจำนวนสูงจนเกินไป
การสอบสวนประเด็นดังกล่าวได้เริ่มขึ้นโดยความร่วมกันของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) และกรมสอบสวนพิเศษ และได้เสร็จสิ้นลงในเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งปรากฎว่าพบหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับบุคคลทั้งหมดจำนวน 229 คน รวมถึงสมาชิกวุฒิสภาปัจจุบันจำนวน 138 คน และนักการเมือง 91 คนที่เชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย
อย่างไรก็ตาม ในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการของกกต. กลับลงความเห็นขัดแย้งกับข้อค้นพบจากการสอบสวนก่อนหน้า และให้ความเห็นต่อกกต.ว่าไม่สั่งฟ้องทั้งหมด ต่อมาในวันที่ 14 ก.ย. กกต. ได้สั่งฟ้องจำนวน 77 คน ไปยังศาลฎีกา ในจำนวนนี้ 26 คนเป็นสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน แต่ในทั้งหมดนี้ไม่มีกรรมการบริหารพรรคหรือนักการเมืองคนใดเลย
กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิฯ จึงขอประนามการดำเนินคดีต่อยิ่งชีพ ที่ดูเหมือนเป็นการตอบโต้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นโดยสงบของยิ่งชีพ อันเป็นสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะตามข้อ 19 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights-ICCPR) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี
กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิฯ เรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีทั้งหมดต่อยิ่งชีพ และเรียกร้องให้ทางการไทยดำเนินมาตรการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อยกเลิกโทษในทางอาญาจากการใช้กฎหมายหมิ่นประมาทมาตรา 326 328 เป็นเครื่องมือในการข่มขู่ คุกคาม และ ปิดปากนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในไทย
* ข่าว
* การเมือง
* สิทธิมนุษยชน
* อนุทิน ชาญวีรกูล
* iLaw
* ยิ่งชีพ อัชฌานนท์
* หมิ่นประมาท
* กระบวนการยุติธรรม
* สหพันธ์เพื่อสิทธิมนุษยชนสากล
* FIDH