dlvr.it
มช. แจงไม่ได้สอบวินัย 'ร้ายแรง' กรณี อ. ร้องถูกคัดลอกผลงาน แค่ตั้ง กก. สืบสวนหาข้อเท็จจริง
มช. แจงไม่ได้สอบวินัย 'ร้ายแรง' กรณี อ. ร้องถูกคัดลอกผลงาน แค่ตั้ง กก. สืบสวนหาข้อเท็จจริง
Pazzle
Thu, 2026-09-17 - 10:09
มช. ชี้แจงไม่ได้ตั้ง "สอบวินัยร้ายแรง" อ.สุรชัย จงจิตงาม ที่เคยพยายามออกมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้มีการสอบสวนวินัยกรณีอดีตคณบดีวิจิตรศิลป์ขโมยผลงานวิชาการของตนเอง มช. ระบุเพียงแค่แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความรอบคอบ เป็นธรรม และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล
17 ก.ย. 2569 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงและมาตรการคุ้มครองบุคลากร หลังก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2569 ทัศนัย เศรษฐเสรี อาจารย์ประจำคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุ "อาจารย์สุรชัย จงจิตงาม ไปร้องหน่วยงานภายนอกเรื่องขโมยงานวิจัย กลับถูก มช. ตั้งกรรมการสืบสวน เพื่อสอบวินัย “ร้ายแรง” เหตุทำให้มหาวิทยาลัยเสียชื่อเสียงอย่างต่อเนื่อง"
สุรชัย จงจิตงาม เป็นอาจารย์สาขาวิชาศิลปะไทยและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เคยพยายามออกมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้มีการสอบสวนวินัยกรณีอดีตคณบดีวิจิตรศิลป์ขโมยผลงานวิชาการของผู้อื่นมาเป็นผลงานของตนเอง สุรชัยได้ยื่นหนังสือเรียกร้องต่อ มช. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จังหวัดเชียงใหม่ , กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
สุรชัย จงจิตงาม
โดยเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2569 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ชี้แจง ตามที่ปรากฏการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการกล่าวอ้างถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงเพื่อตอบโต้การร้องเรียนต่อหน่วยงานภายนอกในกรณีผลงานวิชาการนั้น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อให้สาธารณชน บุคลากร และนักศึกษา ได้รับทราบ ข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล ดังนี้
1. ไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงตามที่กล่าวอ้าง
มหาวิทยาลัยขอเรียนว่า ข้อมูลเรื่องการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงต่อบุคลากรนั้น “ไม่เป็นความจริง” ทั้งนี้ ข้อเท็จริงคือ มหาวิทยาลัยได้รับการร้องเรียนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนต่อสาธารณะ ซึ่งอาจส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อบุคคลอื่นรวมถึงองค์กรเพื่อให้เกิดความรอบคอบและเป็นธรรม มหาวิทยาลัยจึงได้แต่งตั้ง “คณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริง” มิใช่การสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงตามที่มีการกล่าวอ้าง
2. การดำเนินการเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล
มหาวิทยาลัยเคารพในสิทธิของบุคลากรทุกท่านในการเข้าถึงกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงาน ภายนอก (อาทิ ป.ป.ช. หรือ คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร) อย่างเต็มที่ การแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน หาข้อเท็จจริงในครั้งนี้ สืบเนื่องจากยังคงมีการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงที่ได้ข้อยุติแล้ว ผ่านสื่อสาธารณะ ซึงอาจก่อให้เกิดความสับสนและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร มหาวิทยาลัยจึง จำเป็นต้องดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความกระจ่างชัดบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง
3. ยึดมั่นในมาตรการคุ้มครองบุคลากรและรักษาข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักธรรมาภิบาล
มหาวิทยาลัยมีหน้าที่ดำเนินการคุ้มครองผู้ร้องเรียน พยาน และผู้ถูก พาดพิง พร้อมทั้งขอสงวนการเปิดเผยรายชื่อและรายละเอียดของผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการสืบสวน เพื่อให้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) อย่างเคร่งครัด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอยืนยันว่าทุกกระบวนการดำเนินไปบนพื้นฐานของความถูกต้อง โปร่งใส และ เป็นธรรม จึงขอให้สาธารณชนโปรดพิจารณาข้อมูลข่าวสารด้วยความรอบคอบ”
* ข่าว
* การศึกษา
* สุรชัย จงจิตงาม
* มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
* คัดลอกงานวิชาการ