dlvr.it
ความสำเร็จกีฬาอุซเบกิสถาน ภายใต้ร่มเงารัฐอำนาจนิยม
ความสำเร็จกีฬาอุซเบกิสถาน ภายใต้ร่มเงารัฐอำนาจนิยม
วิทยากร บุญเรือง
auser15
Mon, 2026-10-05 - 07:48
อุซเบกิสถานกำลังสร้างยุคทองของวงการกีฬา จากผลงาน 8 เหรียญทองในโอลิมปิกปารีส 2024 สู่ 21 เหรียญทองในเอเชียนเกมส์ 2026 ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก และตั้งเป้า ติด 10 อันดับแรกของโอลิมปิกที่ลอสแอนเจลิสในปี 2028 - เบื้องหลังคือรัฐที่เพิ่มงบประมาณ สร้างโครงสร้างพื้นฐาน และวางระบบค้นหา-พัฒนานักกีฬาตั้งแต่ระดับภูมิภาค ขณะที่ประธานาธิบดี "เชฟกัต เมียร์ซิโยเยฟ" เข้ามานั่งเป็นประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติ - สิ่งเหล่านี้เกิดท่ามกลางโครงสร้างการเมืองที่ Freedom House จัดให้อยู่ในสถานะ “ไม่เสรี” อย่างไรก็ตามข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอจะสรุปว่ารูปแบบการปกครองเป็นสาเหตุของความสำเร็จด้านกีฬา
* อุซเบกิสถานกำลังสร้างผลงานโดดเด่นในเวทีกีฬานานาชาติ จากอันดับ 75 ในตารางเหรียญโอลิมปิกลอนดอน 2012 ขึ้นมาเป็นอันดับ 13 ที่ปารีส 2024 ด้วย 8 เหรียญทอง และยังจบอันดับ 5 ในเอเชียนเกมส์ทั้งปี 2023 และ 2026 ขณะที่ฟุตบอลทีมชาติชายผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก 2026 ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และตั้งเป้า ติด 10 อันดับแรกของโอลิมปิกที่ลอสแอนเจลิสในปี 2028
* ความสำเร็จเกิดขึ้นพร้อมกับการที่รัฐบาลภายใต้ประธานาธิบดีเชฟกัต เมียร์ซิโยเยฟเพิ่มงบกีฬาจาก 1.5 ล้านล้านเป็น 3 ล้านล้านซอม (ประมาณ 119 ล้านเป็น 239 ล้านดอลลาร์)ในช่วง 4 ปี สร้างและปรับปรุงสนามกีฬาจำนวนมาก วางระบบค้นหาและพัฒนานักกีฬาตั้งแต่ระดับภูมิภาค รวมถึงลงทุนใน Olympic Town และสร้างระบบพัฒนาฟุตบอลเยาวชนตั้งแต่อะคาเดมี โรงเรียนฟุตบอล ไปจนถึงทีมชาติ โดยเมียร์ซิโยเยฟยังเข้ารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติ ขณะที่ลูกเขยของเขาเป็นรองประธานคนที่ 1
* อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จดังกล่าวยังไม่อาจนำไปสู่ข้อสรุปว่าเป็นผลจากการปกครองแบบอำนาจนิยมโดยตรง แม้อุซเบกิสถานจะถูก Freedom House จัดอยู่ในสถานะ “ไม่เสรี” และรัฐมีบทบาทสูงในการกำหนดทิศทางกีฬา เพราะยังมีปัจจัยอื่นที่อาจอธิบายผลงานได้ ทั้งมรดกระบบกีฬาจากยุคสหภาพโซเวียต ความแข็งแกร่งในกีฬาต่อสู้ และเงื่อนไขการแข่งขันของแต่ละรายการ กรณีนี้จึงน่าสนใจในฐานะภาพสะท้อนว่า เมื่อรัฐรวมศูนย์อำนาจสูงทุ่มทรัพยากรและจัดวางระบบกีฬาอย่างเป็นระบบ ผลงานจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และระบบดังกล่าวมีข้อจำกัดอยู่ตรงไหน
นักกีฬาโอลิมปิกทีมชาติอุซเบกิสถานได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ที่สนามบินกรุงทาชเคนต์ หลังเดินทางกลับจากการแข่งขันโอลิมปิก ปารีส 2024 เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2024 ท่ามกลางการต้อนรับของประชาชนและเจ้าหน้าที่ หลังสร้างผลงานคว้า 13 เหรียญ รวม 8 เหรียญทอง ซึ่งเป็นผลงานดีที่สุดของอุซเบกิสถานในประวัติศาสตร์โอลิมปิก | ภาพจาก: gov.uz
"อุซเบกิสถาน" ไม่ใช่ประเทศที่โดดเด่นด้านขนาดเศรษฐกิจหรือความมั่งคั่งเมื่อเทียบกับมหาอำนาจในเอเชีย แต่ประเทศที่มีประชากรราว 36 ล้านคนและ GDP ราว 115,000 ล้านดอลลาร์ กลับกำลังสร้างชื่อในเวทีโลกจากผลงานกีฬา ในเวลาไม่ถึง 10 ปี อุซเบกิสถานขยับจากประเทศที่เคยอยู่ท้ายตารางเหรียญโอลิมปิกขึ้นมาเป็นหนึ่งในชาติเอเชียที่คว้าเหรียญทองได้มากที่สุด โดยเฉพาะผลงาน 8 เหรียญทองจากโอลิมปิกปารีส 2024 ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นภายใต้การบริหารของผู้นำคนเดิม ขณะที่รัฐเพิ่มการลงทุนและเข้าไปจัดวางระบบกีฬาอย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางการเมืองที่รวมศูนย์อำนาจสูง
อุซเบกิสถานได้ 13 เหรียญจากโอลิมปิกที่ปารีสเมื่อปี 2024 เป็นเหรียญทอง 8 เงิน 2 และทองแดง 3 อยู่อันดับ 13 ของตารางเหรียญ สื่อ Anadolu รายงานว่าเป็นโอลิมปิกที่ประเทศทำผลงานได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ก่อนหน้านั้นที่เอเชียนเกมส์ที่หางโจว 2023 อุซเบกิสถานได้ 22 ทอง และอยู่อันดับ 5 และในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งล่าสุดที่ไอจิ-นาโกย่า 2026 ได้ 21 เหรียญทอง อยู่อันดับ 5 เช่นครั้งก่อน
ในช่วงเวลาเดียวกัน รัฐบาลของประธานาธิบดีเชฟกัต เมียร์ซิโยเยฟ (Shavkat Mirziyoyev) เพิ่มงบกีฬาเป็น 2 เท่า และเมียร์ซิโยเยฟเองเป็นประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติอุซเบกิสถาน (National Olympic Committee of the Republic of Uzbekistan: NOC) องค์กรฟรีดอมเฮาส์ (Freedom House) จัดอุซเบกิสถานเป็นรัฐอำนาจนิยม
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีอยู่ตอนนี้ยังไม่พอจะสรุปได้ว่าเหรียญที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากรูปแบบการปกครอง แม้จะเห็นความสัมพันธ์ในช่วงเวลาที่รัฐเพิ่มงบประมาณและเข้าไปจัดวางระบบกีฬาอย่างเข้มข้นขึ้นก็ตาม เพราะยังมีปัจจัยอื่นที่อาจมีส่วนต่อความสำเร็จ ทั้งระบบกีฬาที่สืบทอดมาจากสมัยสหภาพโซเวียต การพัฒนานักกีฬาในชนิดกีฬาที่อุซเบกิสถานมีความได้เปรียบ ตลอดจนเงื่อนไขของการแข่งขันในแต่ละโอลิมปิก
ผลงานในโอลิมปิกและเอเชียนเกมส์
ภายในเวลา 12 ปี อุซเบกิสถานขยับจากชาติที่อยู่อันดับ 75 ของตารางเหรียญโอลิมปิกลอนดอน 2012 ขึ้นมาเป็นอันดับ 13 ที่ปารีส 2024 พร้อมผลงาน 8 เหรียญทอง และยังรักษาตำแหน่งหนึ่งในชาติแถวหน้าของเอเชียได้ในการแข่งขันระดับทวีป โดยจบอันดับ 5 ทั้งเอเชียนเกมส์ที่หางโจว 2023 และไอจิ-นาโกย่า 2026 ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในโอลิมปิก แต่ครอบคลุมทั้งการแข่งขันระดับโลกและระดับเอเชีย รวมถึงฟุตบอลที่ทีมชาติชายเพิ่งผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก
ที่ปารีส 2024 อุซเบกิสถานส่งนักกีฬา 90 คนใน 19 ชนิดกีฬา คว้า 13 เหรียญ แบ่งเป็น 8 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง ขณะที่หางโจว 2023 ส่งนักกีฬามากกว่า 370 คนใน 38 ชนิดกีฬา คว้า 22 เหรียญทอง 18 เหรียญเงิน และ 31 เหรียญทองแดง รวม 71 เหรียญ ซึ่งเป็นผลงานดีที่สุดของประเทศในประวัติศาสตร์เอเชียนเกมส์ โดยประธานาธิบดีเชฟกัต เมียร์ซิโยเยฟส่งจดหมายแสดงความยินดีกับนักกีฬาเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2023 และระบุว่า 50% ของเหรียญทองมาจากนักกีฬาหญิง 31 คน
ในการแข่งขันไอจิ-นาโกย่า 2026 อุซเบกิสถานส่งนักกีฬา 396 คนใน 42 ชนิดกีฬา ซึ่ง NOC ระบุว่าเป็นทีมเอเชียนเกมส์ชุดใหญ่ที่สุดของประเทศ และคว้า 21 เหรียญทอง จบอันดับ 5 เช่นเดียวกับครั้งก่อน แม้จำนวนเหรียญทองลดลงเล็กน้อย แต่ยังรักษาตำแหน่งในกลุ่มประเทศผลงานดีที่สุดของเอเชียไว้ได้
จากระบบเยาวชนสู่ฟุตบอลโลกครั้งแรก
นักเตะและทีมงานสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติอุซเบกิสถานร่วมฉลองหลังเสมอสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 0-0 ที่กรุงอาบูดาบี เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2025 ผลการแข่งขันทำให้อุซเบกิสถานผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก 2026 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังรอคอยและพลาดการคัดเลือกมาถึง 7 ครั้ง | ภาพจาก: FIFA
ความสำเร็จของอุซเบกิสถานไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในกีฬาโอลิมปิก แต่ยังขยายมาถึงฟุตบอล เมื่อทีมชาติชายผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และเป็นชาติแรกจากเอเชียกลางที่ทำได้ หลังจากพลาดการผ่านเข้ารอบมาแล้ว 7 ครั้ง นับตั้งแต่อุซเบกิสถานได้รับเอกราชจากสหภาพโซเวียตในปี 1991
เบื้องหลังความสำเร็จ รัฐบาลของประธานาธิบดีเมียร์ซิโยเยฟวางระบบพัฒนาฟุตบอลเยาวชนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2018 โดยจัดตั้งอะคาเดมีฟุตบอลสำหรับเด็กและเยาวชนใน 14 ภูมิภาค เพื่อคัดเลือกและฝึกนักเตะเป็นกำลังสำรองของทีมชาติ พร้อมยกระดับการฝึกสอน โค้ช และผู้ตัดสิน
ในปี 2023 รัฐบาลเพิ่มมาตรการอีกชุด ตั้งโรงเรียนฟุตบอล 14 แห่ง จัดตั้งศูนย์ฝึกทีมชาติสำหรับนักเตะทุกช่วงอายุ และตั้งกองทุนสนับสนุนฟุตบอล ขณะเดียวกันยังผลักดันฟุตบอลระดับรากหญ้าในโรงเรียน อนุบาล และชุมชน เพื่อสร้างระบบตั้งแต่เด็กจนถึงทีมชาติ โดยมีการพัฒนาศูนย์ฝึกทีมชาติแห่งใหม่ที่สามารถรองรับการเก็บตัวของทีมชาติได้พร้อมกันถึง 6 ทีม
ระบบดังกล่าวเริ่มเห็นผลในหลายระดับ ก่อนที่ทีมชาติชุดใหญ่จะสร้างประวัติศาสตร์ในปี 2025 นอกจากการผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกครั้งแรกแล้ว ทีมเยาวชนอุซเบกิสถานยังคว้าแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปีในปี 2023 และทีมรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีคว้าแชมป์เอเชียในปี 2025 พร้อมคว้าสิทธิ์ไปฟุตบอลโลกด้วย รัฐบาลจึงมองความสำเร็จเหล่านี้เป็นผลจากการพัฒนาฟุตบอลอย่างเป็นระบบต่อเนื่องหลายปี
เหรียญทองกระจุกตัวอยู่ในกีฬาที่ถนัด
นักมวยทีมชาติอุซเบกิสถานสร้างผลงานโดดเด่นในการแข่งขันโอลิมปิกปารีส 2024 โดยคว้า 5 เหรียญทองจากทั้งหมด 8 เหรียญทองของประเทศในครั้งนี้ ตอกย้ำว่ามวยสากลเป็นหนึ่งในฐานสำคัญของความสำเร็จด้านกีฬาของอุซเบกิสถาน | ภาพจาก: gov.uz
แม้อุซเบกิสถานจะสร้างผลงานดีที่สุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิกที่ปารีส 2024 แต่เมื่อมองลึกลงไปถึงที่มาของเหรียญทอง จะพบว่าความสำเร็จยังไม่ได้กระจายไปในทุกชนิดกีฬา จาก 8 เหรียญทองที่ได้ถึง 5 เหรียญมาจากมวยสากล ส่วนอีก 3 เหรียญมาจากยูโด มวยปล้ำ และเทควันโดอย่างละ 1 เหรียญ ขณะที่เหรียญทองแดง 3 เหรียญก็มาจากยูโดและมวยปล้ำเป็นหลัก สะท้อนว่ากีฬาต่อสู้ยังเป็นฐานสำคัญของความสำเร็จในเวทีโอลิมปิก
มวยสากลจึงไม่ได้เป็นเพียงหนึ่งในชนิดกีฬาที่สร้างเหรียญให้อุซเบกิสถาน แต่เป็นกีฬาที่มีน้ำหนักอย่างมากต่ออันดับของประเทศในตารางเหรียญปารีส 2024 หากตัดผลงานจากมวยสากลออก ผลงานเหรียญทองของอุซเบกิสถานจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ยูโด มวยปล้ำ และเทควันโดก็ยังคงเป็นกลุ่มกีฬาที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ประเทศมีเหรียญจากหลายประเภทมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอุซเบกิสถานเองมองว่าระบบกีฬายังมีช่องว่างอีกมาก โดยในการประชุมเรื่องการพัฒนากีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกเมื่อปี 2025 มีการระบุว่า ในโอลิมปิกครั้งล่าสุด กรีฑาซึ่งมีรายการแข่งขัน 48 ประเภท อุซเบกิสถานได้โควตานักกีฬาเพียง 5 คน ขณะที่กีฬาทางน้ำซึ่งมี 49 ประเภท ได้โควตาเพียง 4 คน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าประเทศยังมีฐานนักกีฬาในกีฬาหลายประเภทไม่มากนัก
ปัญหาไม่ได้อยู่เฉพาะที่ชนิดกีฬา แต่ยังรวมถึงการกระจายตัวของนักกีฬาภายในประเทศด้วย รัฐบาลระบุว่าผลงานของนักกีฬาจาก 6 ภูมิภาคยังไม่ดีนัก จึงมีแผนให้โรงเรียนกีฬา 310 แห่งในระดับภูมิภาคทำหน้าที่เป็นฐานคัดเลือกนักกีฬาทีมชาติ ขณะที่โรงเรียนกีฬาอีก 56 แห่งจะรับเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกไปฝึกตามโปรแกรมที่เหมาะกับกีฬาโอลิมปิก
เมื่อมองเช่นนี้ ความสำเร็จของอุซเบกิสถานจึงไม่ได้มีเพียงเรื่องจำนวนเหรียญที่เพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นโจทย์ว่าประเทศจะขยายความสำเร็จจากกีฬาที่มีความแข็งแกร่งอยู่แล้วไปสู่ชนิดกีฬาอื่นได้มากเพียงใด นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่รัฐบาลเพิ่มงบประมาณและวางระบบคัดเลือกนักกีฬาตั้งแต่ระดับภูมิภาค เพราะเป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่ที่การรักษาผลงานจากมวยสากล ยูโด มวยปล้ำ และเทควันโด แต่ต้องการสร้างฐานนักกีฬาที่กว้างขึ้นเพื่อการแข่งขันในอนาคต
รัฐลงทุนและคุมระบบเอง
Olympic Town ในกรุงทาชเคนต์ ศูนย์กีฬาแห่งใหม่ที่รัฐบาลอุซเบกิสถานสร้างขึ้นบนพื้นที่กว่า 100 เฮกตาร์ ด้วยงบลงทุนมากกว่า 290 ล้านดอลลาร์ ภายในประกอบด้วยสนามกีฬา เวโลโดรม ศูนย์กีฬาทางน้ำ อาคารสำหรับกีฬาประเภททีมและศิลปะการต่อสู้ รวมถึงสนามกีฬากลางขนาด 12,000 ที่นั่ง โดยรัฐบาลวางให้เป็นทั้งศูนย์ฝึกนักกีฬาทีมชาติและฐานสำหรับพัฒนากีฬาในประเทศ | ภาพจาก: President.uz
ตัวเลขการลงทุนด้านกีฬาที่เผยแพร่ทั้งหมดมาจากรัฐบาลเอง เมื่อปี 2025 ประธานาธิบดีเชฟกัต เมียร์ซิโยเยฟประชุมทางวิดีโอเรื่องการพัฒนากีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก โดยระบุว่างบกีฬาจากรัฐเพิ่มจาก 1.5 ล้านล้านเป็น 3 ล้านล้านซอม (ประมาณ 119 ล้านเป็น 239 ล้านดอลลาร์) ภายในช่วง 4 ปี เงินเดือนเฉลี่ยของโค้ชเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า มีการสร้างสนามกีฬาขนาดใหญ่ 101 แห่ง และปรับปรุงอีก 67 แห่ง ขณะที่เอกสารไม่ได้ระบุว่าตัวเลขงบประมาณดังกล่าวปรับตามเงินเฟ้อแล้วหรือไม่
หนึ่งในภาพที่สะท้อนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของรัฐคือ Olympic Town ในกรุงทาชเคนต์ โครงการศูนย์กีฬาขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 100 เฮกตาร์ ใช้งบลงทุนมากกว่า 290 ล้านดอลลาร์ ภายในประกอบด้วยสนามกีฬา เวโลโดรม ศูนย์กีฬาทางน้ำ อาคารสำหรับกีฬาประเภททีมและศิลปะการต่อสู้ รวมถึงสนามกีฬากลางขนาด 12,000 ที่นั่ง รัฐบาลวางให้โครงการนี้เป็นทั้งสถานที่จัดการแข่งขันและศูนย์ฝึกสำหรับนักกีฬาทีมชาติ จึงไม่ได้เป็นเพียงการสร้างสนามเพื่อรองรับการแข่งขัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานสำหรับพัฒนากีฬาในระยะยาว
ในการประชุมเดียวกัน เมียร์ซิโยเยฟยังสั่งให้ตั้งสาขาระดับแคว้นของคณะกรรมการโอลิมปิก โดยมีผู้ว่าแคว้นเป็นหัวหน้า พร้อมจัดสรรงบประมาณ 300,000 ล้านซอมสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน โรงเรียนกีฬาในแคว้น 310 แห่งจะทำหน้าที่เป็นฐานคัดเลือกนักกีฬาทีมชาติ ขณะที่โรงเรียนกีฬาอีก 56 แห่งซึ่งได้รับการปรับให้เหมาะกับกีฬาโอลิมปิก จะรับเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกในระดับแคว้นไปฝึกตามโปรแกรมเฉพาะบุคคล
ระบบดังกล่าวเชื่อมต่อไปถึงการแข่งขันระดับเยาวชน โดยผู้ชนะการแข่งขันระดับแคว้นจะได้สิทธิ์เข้าร่วม “โอลิมปิกประธานาธิบดี” (Presidential Olympics) ซึ่งจัดขึ้นทุกเดือนธันวาคม ผู้ชนะจะได้รับรางวัลมูลค่าสูง เช่น บ้านและรถยนต์ ส่วนผู้ที่ได้อันดับ 1 และ 2 จะได้รับโอกาสเข้าสู่ศูนย์โอลิมปิกและพาราลิมปิกแห่งชาติ กลไกนี้ทำให้การค้นหานักกีฬาไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเข้าสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ แต่ถูกวางไว้ตั้งแต่ระดับภูมิภาคและเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบทีมชาติ
การควบคุมระบบกีฬาของรัฐยังเห็นได้จากโครงสร้างของคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 ที่ประชุมใหญ่ของ NOC เลือกเมียร์ซิโยเยฟเป็นประธานโดยมติเอกฉันท์ ตามข้อมูลของสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย โดยนายกรัฐมนตรีอับดุลลา อาริปอฟเป็นผู้เสนอชื่อ ขณะที่โอตาเบก อูมารอฟ รองประธาน OCA และลูกเขยของประธานาธิบดี ได้รับเลือกเป็นรองประธานคนที่ 1 ของ NOC ตำแหน่งประธาน NOC ว่างมาตั้งแต่ปี 2022 ขณะที่เป้าหมายที่เมียร์ซิโยเยฟประกาศไว้คือการพาทีมอุซเบกิสถานติด 10 อันดับแรกของโอลิมปิกที่ลอสแอนเจลิสในปี 2028
บริบททางการเมืองและข้อจำกัดของข้อมูล
ประธานาธิบดีเชฟกัต เมียร์ซิโยเยฟเดินทางไปยังเมืองนูกุส เมืองหลวงของคาราคัลปักสถาน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2022 ท่ามกลางการประท้วงต่อต้านข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กระทบต่อสถานะปกครองตนเองของภูมิภาค ก่อนรัฐบาลจะถอนข้อเสนอดังกล่าว เหตุการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นหนึ่งในบททดสอบสำคัญของรัฐบาลเมียร์ซิโยเยฟ และมีผู้เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงอย่างน้อย 18 คน | ภาพจาก: President.uz/VOA
เชฟกัต เมียร์ซิโยเยฟอยู่ในอำนาจมาตั้งแต่ปี 2016 และชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีด้วยคะแนนมากกว่า 80% ทั้งในปี 2016, 2021 และ 2023 ก่อนหน้านั้นเขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในสมัยประธานาธิบดีอิสลาม คาริมอฟ ตั้งแต่ปี 2003 จนถึงปี 2016 หลังคาริมอฟเสียชีวิต รัฐสภาแต่งตั้งเมียร์ซิโยเยฟเป็นรักษาการประธานาธิบดีในเดือนกันยายน 2016 ก่อนที่เขาจะชนะการเลือกตั้งในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน อย่างไรก็ตาม องค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (Organization for Security and Co-operation in Europe: OSCE) ระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนั้นไม่มีทางเลือกทางการเมืองที่แท้จริง และพบกรณีการยัดบัตรเลือกตั้งและการลงคะแนนแทนกัน
หลังขึ้นสู่อำนาจ เมียร์ซิโยเยฟดำเนินการปฏิรูปหลายด้านที่แตกต่างจากยุคก่อนหน้า เช่น การปิดเรือนจำจัสลิก (Jaslyk) ในเดือนสิงหาคม 2019 และการประกาศรื้อฟื้นการเจรจาเข้าองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) ขณะที่ Freedom House ระบุว่าการปฏิรูปตั้งแต่ปี 2016 ทำให้บางด้านดีขึ้น รวมถึงการทุจริตขนาดเล็กที่ลดลง แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้ทำให้โครงสร้างทางการเมืองของประเทศเปิดกว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อจำกัดของการปฏิรูปปรากฏชัดจากเหตุการณ์ประท้วงในคาราคัลปักสถาน (Karakalpakstan) เมื่อเดือนกรกฎาคม 2022 หลังรัฐบาลเสนอแก้รัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกสถานะภูมิภาคปกครองตนเอง มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 คน ก่อนที่ประธานาธิบดีจะประกาศถอนข้อเสนอดังกล่าว ต่อมาในการลงประชามติเดือนเมษายน 2023 มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อขยายวาระประธานาธิบดีจาก 5 ปีเป็น 7 ปี และไม่นับวาระที่ผ่านมา ทำให้เมียร์ซิโยเยฟสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้ง ก่อนชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2023
รายงาน Freedom in the World 2025 ของ Freedom House ให้คะแนนอุซเบกิสถาน 12 จาก 100 และจัดประเทศอยู่ในสถานะ “ไม่เสรี” (Not Free) โดยระบุว่าไม่มีพรรคฝ่ายค้านที่สามารถทำงานได้ตามกฎหมาย ฝ่ายนิติบัญญัติและตุลาการทำหน้าที่เป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหาร และสื่อถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ขณะที่การเลือกตั้งสภาล่างในเดือนตุลาคม 2024 ก็ไม่มีทางเลือกทางการเมืองที่มีความหมายสำหรับผู้ลงคะแนน เนื่องจากทุกพรรคที่เข้าร่วมแข่งขันอยู่ฝ่ายเดียวกับรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม บริบททางการเมืองเหล่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะตอบว่าเหตุใดอุซเบกิสถานจึงประสบความสำเร็จด้านกีฬาเพิ่มขึ้น ข้อมูลที่รวบรวมได้แสดงให้เห็นเพียงว่า การเพิ่มขึ้นของงบประมาณ การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และการเข้าไปจัดระบบกีฬาของรัฐเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ผลงานในเวทีนานาชาติดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถแยกได้ว่าปัจจัยใดมีน้ำหนักมากที่สุด เพราะยังมีองค์ประกอบอื่นที่อาจมีส่วนต่อความสำเร็จ เช่น ระบบกีฬาที่สืบทอดจากสมัยสหภาพโซเวียต ความได้เปรียบในกีฬาต่อสู้บางประเภท ตลอดจนเงื่อนไขของการแข่งขันแต่ละครั้ง รวมถึงการที่รัสเซียและเบลารุสไม่ได้ส่งทีมชาติเข้าแข่งขันที่ปารีส 2024
ดังนั้น สิ่งที่รายงานชิ้นนี้พอจะชี้ให้เห็นได้จึงไม่ใช่ข้อสรุปว่า “รัฐอำนาจนิยมสร้างนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จ” เพียงแต่พยายามฉายภาพให้เห็นว่า เมื่อรัฐรวมศูนย์อำนาจสูงเข้าไปลงทุนและจัดวางระบบกีฬาอย่างเป็นระบบ ผลงานด้านกีฬาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และความสำเร็จนั้นมีข้อจำกัดอะไรบ้าง กรณีของอุซเบกิสถานจึงน่าสนใจตรงที่ตัวเลขการลงทุน ระบบคัดเลือกนักกีฬา และผลงานเหรียญเดินหน้าไปพร้อมกัน.
ที่มา:
Uzbek President Shavkat Mirziyoyev congratulates athletes for "historic result" at Hangzhou Asian Games (Olympic Council of Asia, 12 October 2023)
Paris 2024 marks Uzbekistan's most successful Olympics (Bahtiyar Abdülkerimov, Anadolu, 19 August 2024)
Uzbekistan President Shavkat Mirziyoyev elected head of NOC (Olympic Council of Asia, 27 November 2024)
Sport - a solid foundation for a healthy nation and a healthy generation (President.uz, 13 February 2025)
Uzbekistan celebrates historic World Cup qualification with victory against Qatar (Euronews, 11 June 2025)
A historic achievement uniting our people further (President.uz, 11 June 2025)
Jordan and Uzbekistan earn maiden qualification (FIFA, 5 June 2025)
Construction of the Olympic town is complete (President.uz, 18 August 2025)
The Olympic town – a scientific, practical, education and training center of the domestic sport (President.uz, 18 August 2025)
Shavkat Mirziyoyev (Wikipedia)
* รายงานพิเศษ
* ต่างประเทศ
* กีฬา
* อุซเบกิสถาน